วิธีการขยายสัญญาณไร้สายแบบ Client , Client Bridge
- +



ของในห้องแจกของแจกฟรีทุกชิ้น

^ประกาศ pordoo.com คือเว็บสำหรับแจกสิ่งของ สมาชิกสะสมพอยท์ภายในเว็บเพื่อนำไปแลกของรางวัลที่ต้องการ
พอยท์ได้มาจากไหนบ้าง?
1.สมัครสมาชิกรับ 100 พอยท์
2.กดรับจากAdmin สัปดาห์ละ 100 พอยท์
3.สมาชิกคนอื่นกดให้พอยท์ (กดที่กล่องของขวัญ)
แจก 2,000 พอยท์ทุกสัปดาห์ รอบ6 คลิ้กเลย

ผู้เขียน หัวข้อ: วิธีการขยายสัญญาณไร้สายแบบ Client , Client Bridge  (อ่าน 369 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ wizardTopic starter

  • Global Moderator
  • Full Member
  • *****
  • กระทู้: 140
  • พอยท์: 1
    • ดูรายละเอียด
  • คอมเมนต์สินค้า: (0)
คำถาม

1.ถ้าต้องการขยายสัญญาณในโหมด Client , Client Bridge เพื่อลดจุดอับสัญญาณให้ได้มากที่สุดต้องทำอย่างไรบ้าง?

คำตอบ

Mode - Client บนตัว Linksys WRT54GL ที่ถูกอัพเฟิร์มแวร์ DD-WRT v23 , v24ซึ่ง จะมี Mode Client นี้ขึ้นมาใน เมนู Wireless โดยหลักการของโหมดที่ว่านี้เมื่อใช้แล้ว สัญญาณไวเลสบน Linksys WRT54GL จะไม่ทำงานทันที แต่เสาสัญญาณของอุปกรณ์ตัวนี้ ทั้งหมด จะไปเกาะชื่อสัญญาณไวเลสที่ถูกเซตเอาไว้ทันที ทำให้เวลาใช้งานต้องออกมาที่ port lan บน wrt54gl แทน ส่วนในเรื่องของระบบเครือข่ายโหมด Client นั้นจะเป็นอยู่คนละวง IP กับ Network หลักที่ WRT54GL ไปเกาะ
ข้อดีของ Mode Client มีความเสถียรในการเกาะสัญญาณดีกว่า Mode Repeater เพราะสัญญาณบน WRT54GL จะไปเกาะกับสัญญาณตัวหลักทั้งหมดเลยและออกมาเป็น port lan
ข้อเสีย ของ Mode Client สัญญาณไวเลสบน WRT54GL จะไม่สามารถใช้งาน

Mode - Client Bridge บนตัว Linksys WRT54GL ที่ถูกอัพเฟิร์มแวร์ DD-WRT v23 , v24ซึ่ง จะมี Mode Client Bridge นี้ขึ้นมาใน เมนู Wireless โดยหลักการของโหมดที่ว่านี้เมื่อใช้แล้ว สัญญาณไวเลสบน Linksys WRT54GL จะไม่ทำงานทันที แต่เสาสัญญาณของอุปกรณ์ตัวนี้ ทั้งหมด จะไปเกาะชื่อสัญญาณไวเลสที่ถูกเซตเอาไว้ทันที ทำให้เวลาใช้งานต้องออกมาที่ port lan บน wrt54gl แทน ส่วนในเรื่องของระบบเครือข่ายโหมด Client  Bridge นั้นจะเป็นวง IP เดียวกับ Network หลักที่ WRT54GL ไปเกาะ
ข้อดีของ Mode Client Bridge มีความเสถียรในการเกาะสัญญาณดีกว่า Mode Repeater เพราะสัญญาณบน WRT54GL จะไปเกาะกับสัญญาณตัวหลักทั้งหมดเลยและออกมาเป็น port lan
ข้อเสีย ของ Mode Client Bridge สัญญาณไวเลสบน WRT54GL จะไม่สามารถใช้งาน

  • รูปภาพ


ข้อมูลเบื้องต้นก่อนการติดตั้ง
  • อุปกรณ์ที่นำมาใช้ในการทดลอง Linksys WRT54GL - Wireless-G Broadband Router UpFirmware DD-WRT V23,V24
  • อุปกณ์ที่ทำหน้าที่เชื่อมต่อ Internet  และ เป็นไวเลสในตัว Linksys by Cisco WAG54G2
ขั้นตอนที่ 1 - Mode Client 

วิธีเซ็ตแบบที่ 1
  • เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์กับตัว Linksys WRT54GL และตรวจสอบ IP Address ว่า ได้รับมาหรือไม่

    รูปภาพ
  • เข้าเมนูบริหารบนตัว Linksys WRT54GL ไปที่เมนู
    SETUP -> Basic Setup

    รูปภาพ


    Internet Connection Type : Static IP -> หรือจะตั้ง Auto ก็ได้แต่ ต้องเปิด DHCP ที่ Gateway หลักจะไปเกาะด้วย
    Internet IP Address : 192.168.200.20
    Subnet Mask : 255.255.255.0
    Gateway : 192.168.200.1
    Static DNS1  : 192.168.200.1

    รูปภาพ


    ตั้งชื่อ Router Name

    รูปภาพ


    Router IP
    Local IP Address : 192.168.1.1
    Subnet Mask : 192.168.1.1

    รูปภาพ


    DHCP Type : DHCP Server
    DHCP Server : Enable
    SAVE

    รูปภาพ
  • ปิดฟังก์ชั่น Firewall ไปที่เมนู
    Security -> Firewall

    รูปภาพ


    SPI Firewall : Disable

    รูปภาพ
  • เซ้ตการใช้งานโหมด Client ไปที่เมนู
    Wireless -> Basic Settings

    รูปภาพ


    Wireless Mode : Cliet
    Wireless Network Mode : Mixed
    Wireless Network Name (SSID) : sys2u -> ตั้งชื่อสัญญาณของ Linksys WAG54G2 ที่จะเข้าไปเกาะ
    SAVE

    รูปภาพ


    ตั้งค่าความปลอดภัยของไวเลสให้ตรงกับ Linksys WAG54G2 ที่มีเหมือนกัน
    ไปที่เมนู Wireless -> Wireless Secutity

    รูปภาพ


    Security Mode : WEP
    Key 1 : 1234567890 -> ตั้งรหัส ให้เหมือนกับ Linksys WAG54G2 (ควรใช้การเข้ารหัสแบบ WEP)

    รูปภาพ
  • ตรวจสอบการเชื่อมต่อระหว่าง Linksys WAG54G2 กับ Linksys WRT54GL ว่าเชื่อมต่อได้หรือไม่ไปที่เมนู
    Status -> Wireless

    รูปภาพ


    Wireless NODE : จะ มี MAC Address ขึ้นมาซึ่งก็เป็น MAC Address ของ Linksys WAG54G2 ที่สัญญาณของ Linksys WRT54GL เชื่อมสัญญาณกันอยู่ ซึ่งสามารถดูความเข้มของสัญญาณที่เกาะได้ตรง Signal Quality ว่าสัญญาณที่เกาะน้อยหรือมากเท่าไรซึ่งไม่ควรน้อยกว่า 10%

    รูปภาพ
  • ทดสอบระบบเครือข่าย โดยเข้า Command และพิมพ์คำสั่งตรวจสอบ ดังรูป

    รูปภาพ
วิธีเซ็ตแบบที่ 2
  • วิธีเซ็ตอีกวิธีนึงของโหมด Clinet ผู้ใช้ต้องตั้งค่าตาม วิธีเซ็ตแบบที่ 1 ในหัวข้อ 1,2,3 เรียบร้อยก่อน
  • ไปที่เมนู
    Status -> Wireless

    รูปภาพ


    Site Survey

    รูปภาพ


    ระบบ จะเปิดหน้าเพจสำหรับค้นหาสัญญาณขึ้นมา ซึ่งเมนู Site Survey นี้เหมาะสำหรับใช้ Linksys WRT54GL View หาสัญญาณโดยรอบก่อนที่จะงานในโหมดที่ผู้ใช้ต้องการได้
    กด Joint ชื่อสัญญาณ sys2u * Joint เมื่อกดไปแล้วระบบจะเป็น Mode Client ทันทีผู้ใช้ต้องแน่ใจก่อนจะกดใช้ โหมดนี้ก่อน*

    รูปภาพ


    ลองไปดุที่เมนู Wireless -> Basic Settings
    จะเห็นว่าโหมดได้เปลี่ยนไปโดยอัตโนมัติเรียบร้อยเลย
    แล้วค่อยไปตั้งค่า wireless Security ให้ตรงกับ WAG54G2 ที่เมนู Wireless -> Wireless Security


    *Note : โหมด Client บน Linksys WRT54GL เสาสัญญาณจะใช้งานไม่ได้ทัน ส่วนระบบเน็ตเวิร์คได้จะออกมาที่ port lan เท่านั้น WAG54G2 IP Local -> wan Local  WRT54GL lan Local

    รูปภาพ
ขั้นตอนที่ 2 - Mode Client Bridge
  • เข้าเมนูบริหารบน Linksys WRT54GL เข้าไปที่เมนู
    Setup -> Basic Setup
    Internet Connection ไม่ต้องใช้งาน
    Local IP Address : 192.168.200.10
    Subnet Mask :  255.255.255.0
    Gateway :  192.168.200.1 -> ชี้ไปที่ Gateway ของ WAG54G2
    DNS :  192.168.200.1 ->  ชี้ไปที่ Gateway ของ WAG54G2

    รูปภาพ


    DHCP SERVER :  Disable
    SAVE

    รูปภาพ
  • ไปที่เมนู
    Wireless -> Basic Settings
    Wireless Mode : Client Bridge
    Wireless Network Mode :Mixed
    Wireless Network Name : sys2u
    SAVE

    รูปภาพ
  • ตั้งค่า รหัสไวเลสให้ตรงกับตัว WAG54G2 ไปที่เมนู
    Wireless -> Wiresless Security
    Security Mode :WEP
    KEY1 : 1234567890 -> ตรงกับ WAG54G2
    SAVE

    รูปภาพ
  • ตรวจสอบการเชื่อต่อที่ เมนู Status -> Wireless ว่าสัญญาณเชื่อมต่อหรือยัง
  • ทดสอดใช้คำสั่ง Command ดังรูป

    รูปภาพ
    *Note : โหมด Client Bridge  บน Linksys WRT54GL เสาสัญญาณจะใช้งานไม่ได้ทัน ส่วนระบบเน็ตเวิร์คได้จะออกมาที่ port lan เท่านั้น WAG54G2 IP Local -> LAN Local  WRT54GL lan Local
credit: http://www.sys2u.com/xpert/viewtopic.php?f=3&t=376&sid=a065b081183725ce12e7daa5ebd9b9d1

แท็ก:
 
แชร์บทความ...
โค้ดแบบ forum
(BBCode)
โค้ดแบบ site/blog
(HTML)