แสดงกระทู้ - wizard
- +



ของในห้องแจกของแจกฟรีทุกชิ้น

^ประกาศ pordoo.com คือเว็บสำหรับแจกสิ่งของ สมาชิกสะสมพอยท์ภายในเว็บเพื่อนำไปแลกของรางวัลที่ต้องการ
พอยท์ได้มาจากไหนบ้าง?
1.สมัครสมาชิกรับ 100 พอยท์
2.กดรับจากAdmin สัปดาห์ละ 100 พอยท์
3.สมาชิกคนอื่นกดให้พอยท์ (กดที่กล่องของขวัญ)
แจก 2,000 พอยท์ทุกสัปดาห์ รอบ15 คลิ้กเลย

แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - wizard

หน้า: 1 2 [3] 4 5 ... 9
31
บทความ / สคริป ระบบแลกลิงค์อัตโนมัติ
« เมื่อ: 29 เมษายน 2017, 02:14:20 »
โค๊ด:http://www.mediafire.com/?9dy579j5s3re19y
วิธีใช้งาน

ให้ไปแก้ไขโค๊ดไฟล์ index.php ที่อยู่ในโฟลเดอร์ตรงบรรทัดที่ 3 @mysql_connect("localhost","root","123");
         
      - locahost  ให้เปลี่ยนเป็น SQL Name ของเรา ปกติจะเป็น localhost
      - root ให้เปลี่ยนเป็น Username ที่ใช้เข้าจัดการฐานข้อมูลของเรา
      - 123 ให้เปลี่ยนเป็น Pass ที่ใช้เข้าจัดการฐานข้อมูลขอเรา
           
         
         
       สร้างฐานข้อมูลชื่อ link ขึ้นมา
         
         

     จากนั้นให้ import ไฟล์ฐานข้อมูลในโฟลเดอร์ที่ชื่อ link.sql มาเป็นอันเสร็จ
         
         

       จากนั้นลองเข้า http://localhost/link-exchange หรือตามที่ได้ตั้งชื่อเอาไว้

         


ที่มา:คุณvanavat
http://www.thaiseoboard.com/index.php?topic=227769.0

32
Internet / เข้าHotmailไม่ได้
« เมื่อ: 29 เมษายน 2017, 00:56:13 »
ทำตามนี้เลยนะครับ

1. ให้คุณไปสมัครเมล์ใหม่ของ hotmail เพื่อติดต่อ ขอเมล์เก่าคืน  ผมสมัครชื่อใกล้เครียงกับตัวเก่า
2. พอสมัครเสร็จ ให้ส่งจดหมายไปที่นี่ครับ abuse@hotmail.com   หัวข้อว่า "Please Help Some one has changed my Hotmail password‏"
3. เนื้อหาใส่ตามนี้เลยนะครับ

Hi abuse

Some one has changed my Hotmail password for my main email account of ใส่ email เก่าของคุณ , and I do not remember my secret question to change it back.
How do I get my account back??

This account is extremely important, and I can’t afford to lose it.
Please help

Thanks so much

4.  รอครับ  มันจะมีเมล์ฉบับแรกส่งมาแบบอัตโนมัตมั้งคับ หรือไม่ก็รอ 1 วันเต็มๆครับ ประมาณนี้  แค่เมล์ตอบรรับเรื่อง
RE: SRX1114xxxxxid - Please Help Some one has changed my Hotmail password‏

Hello JAJA,

Thank you for writing to Windows Live Hotmail Customer Support.  My name is Chito and you mentioned that you suspect that your account had been compromised and that you would like to regain access.  I know how frustrating this can be.
                                             

I have reviewed the information you provided and have determined that your issue is related to Windows Live ID.  We would like to point you to the right direction since it is our goal to provide Customer Support quickly and accurately to our members.  The best department to assist you with your concern would be the Windows Live ID Team.  For your convenience, I have transferred your e-mail to the correct department and they should contact you within 24 hours.


Please accept my apologies for not being able to assist you fully.  Thank you for patience and understanding on this matter.
Sincerely,

xxxxx

Windows Live Hotmail Customer Support

5. คุณจะได้รับเมล์คล้ายๆกันในฉบับที่สอง  ในนั้นจะมีเนื้อหา เป็นคำถามประมาณ 16 ข้อครับ  ก็ให้คุณใส่ข้อมูลที่คุณจำได้ ที่คุณรู้ ตามคำถามทีเค้าบอกครับ
ข้อไหนไม่รู้ให้เว้นไว้คับ แต่ผมใส่ทุกข้อ และสำคัญคือ  คุณสามารถใส่ได้มากกว่า 16 ข้อครับ คือมี ข้อมูลสำคัญอะไรเพิ่มเติมที่อ้างถึง email เก่าคุณ ใส่ไปให้หมดคับ

แล้วคุณก็ส่งไป รอ 1 วันครับ
6. ถ้า ok คุณผ่านเหมือนผม คุณจะได้รับอีเมล์ประมาณนี้คับ
"Reset your Windows Live ID password"
ในเนื้อหาจดหมายจะมี link ให้คุณ click เพื่อ reset พาสเวิสอีเมล์เก่าครับ คือทำตามที่เค้าบอกเลยครับ ไม่ต้อง logout ออก  click ไปเลย ส่วนทำอะไรต่อไปจำไม่ได้แล้ว แต่ประมาณนี้คับ
พอ reset password ได้แล้วคุณก็ logout อีเมล์ใหม่ แล้วลอง login เข้า email ใหม่ที่เพิ่ง reset pass ไปครับ


ที่มา:คุณน้องบิ้ว
http://www.thaiseoboard.com/index.php?topic=82753.30

33
สำหรับมือใหม่จริงๆครับ ลองศึกษาดูนะครับ

Thanks: ฝากรูป

A. เปิดโปรแกรม Photoshop ขึ้นมา ทำการตั้งขนาด Banner ก่อน โดยเลือก File – New

1. เลือกไปที่ Custom
2 + 3  ตั้งค่าขนาด Banner ที่ต้องการ



Thanks: ฝากรูป


Thanks: ฝากรูป

B. ทำการใส่สีพื้นหลังตามที่ต้องการ หรือนำรูปภาพมาใส่เป็น background ก็ได้


Thanks: ฝากรูป


Thanks: ฝากรูป


Thanks: ฝากรูป

C. เปิดไฟล์รูปที่ต้องการใส่ลงไปใน Banner รูปที่เราจะใส่ลงไป เราต้องทำการไดคัทก่อน (คือการทำให้พื้นหลังหายไป เหลือแต่วัตถุอย่างเดียว) ซึ่งจะเป็นไฟล์ PNG


Thanks: ฝากรูป

D. จากนั้นลากรูปภาพที่ต้องการลงไปใน Template Banner ของเรา ถ้ามันใหญ่โตเกินไปไม่ต้องตกใจ ให้เราลดขนาดจนได้ตามต้องการ และวางลงตำแหน่งที่ต้องการ


Thanks: ฝากรูป


Thanks: ฝากรูป

E. เลือกเมนู Window – Animation



Thanks: ฝากรูป


Thanks: ฝากรูป

F. ทำการปรับแต่ง animation โดยที่รูปไหนที่ไม่ต้องการก็ให้ไปปิดตาที่ layer นั้น


Thanks: ฝากรูป


Thanks: ฝากรูป

G. สามารถเพิ่มเฟรมได้


Thanks: ฝากรูป


Thanks: ฝากรูป

H. ในเฟรมที่สอง เราก็ทำเหมือนเดิม เลือกรูปที่ต้องการ แล้วปิดตารูปที่ไม่ต้องการ


Thanks: ฝากรูป


Thanks: ฝากรูป

I. เราอาจจะเพิ่ม text ลงไปก็ได้ ถ้าต้องการให้อยู่เฟรมไหนก็เปิดตา layer


Thanks: ฝากรูป


Thanks: ฝากรูป

J. แต่ละเฟรมสามารถกำหนดระยะเวลาการแสดงผลได้ แล้วแต่ความต้องการของเรา


Thanks: ฝากรูป

K. ขั้นตอนการเซฟให้เลือก Save for Web & Devices



Thanks: ฝากรูป


Thanks: ฝากรูป

ผลที่ได้


Thanks: ฝากรูป

หวังว่าคงพอจะเข้าใจกันน่ะครับ

ขอบคุณครับ ^ ^




ที่มา:คุณsmile_yim
http://www.thaiseoboard.com/index.php/topic,197712.0.html

34
Internet / ทำยังไงกับคนโหลดบิทในหอดีครับ
« เมื่อ: 28 เมษายน 2017, 11:16:18 »
ใช้ wireshark หาก่อนครับว่าเครื่องไหน IP, Mac อะไรยิง package ARP ออกเยอะๆ
เก็บ สถิติให้แน่ใจสัก 2-3 วัน หรือไม่ก็สังเกตการ online ของเครื่องในวงแลนก่อนครับใช้โปรแกรม look lan ว่าเครื่องไหนเปิดทั้งวันทั้งคืน
เมื่อได้เครื่องเป้าหมายแล้ว จากนั้นขอคุยกับเจ้าของหอพร้อมหลักฐานของเรา ให้เจ้าของหอดู วัดแบนวิธจาก router ถ้าเครื่องไหนที่ตรงกับสถิติในมือเราก็จัดการได้เลย
(ข้อแนะนำการ monitor router ที่ละเอียดคือต้องใช้โปรแกรมที่ sniff SMNP ได้ และเปิด SMNP Port ที่ router ด้วย เร้าเตอร์ใหม่ๆมีฟังก์ชันนี้หมดนะ จะเห็นทุก package ที่วิ่งผ่าน port)

วิธีบล็อคบิตที่ได้ผลดีที่สุดคือ block ทุก port เปิดเฉพาะที่ใช้งานจริงๆ ช่วยได้เยอะ แต่ไม่มีวิธีไหน 100% ครับ

ไม่แนะนำใช้ Netcut เพราะผิดกฏหมาย และไม่ได้ผลกับ windows 7 ยิ่งเครื่องไหนมี internet security ตัว netcut ทำอะไรแทบไม่ได้ครับ



ที่มา:คุณbananaoxy
http://www.thaiseoboard.com/index.php/topic,222257.0.html

35
ถ้าไม่รู้จะเลือกใช้ตัวไหนใช้ตามสูตรนี้เลยครับ เรียงดีสุดจากs ไปจนแย่สุดf
ข้อมูลจากผู้เล่นที่ชนะจนได้การ์ดมากกว่า 230000 ใบ

S TierClash Royale The Long height=170Clash Royale Skeleton height=170Clash Royale Electro Wizard height=170


A TierClash Royale Princess height=170Clash Royale Miner height=170Clash Royale Hog Rider height=170Clash Royale Poison height=169
 Clash Royale Lightning height=170Clash Royale Graveyard height=170Clash Royale Goblin Gang height=170Clash Royale Ice Spirit height=170
 Clash Royale Minions height=170Clash Royale Mega Minion height=170Clash Royale Bowler height=170Clash Royale Inferno Tower height=170Clash Royale Golem height=170



B TierClash Royale fireball height=170Clash Royale elixir collector height=170Clash Royale Zap height=170Clash Royale Balloon height=170Clash Royale Knight height=170Clash Royale Baby Dragon height=170Clash Royale Mini P.E.K.K.A height=170Clash Royale Lumberjack height=170Clash Royale Goblin Barrel height=170Clash Royale Furnace height=170Clash Royale Musketeer height=170Clash Royale Executioner height=170Clash Royale Lava Hound height=170Clash Royale Giant height=170Clash Royale X-Bow height=170Clash Royale Rocket height=170Clash Royale Royal Giant height=170Clash Royale Three Musketeers height=170



*C Tier
Clash Royale Ice Golem height=170Clash Royale Tornado height=170Clash Royale Bandit height=169Clash Royale Cannon height=170Clash Royale Arrows height=170Clash Royale Archers height=170Clash Royale Tombstone height=170Clash Royale Skeleton Army height=170Clash Royale Battle Ram height=170Clash Royale Freeze height=170Clash Royale Valkyrie height=170Clash Royale Mortar height=170Clash Royale Minion Horde height=170



D Tier
Clash Royale Ice Wizard height=169Clash Royale Inferno Dragon height=170Clash Royale mirror height=170Clash Royale Fire Spirits height=170Clash Royale Bomber height=170Clash Royale Guards height=170Clash Royale Dart Goblin height=170Clash Royale Dark Prince height=170Clash Royale Tesla height=170Clash Royale Witch height=170Clash Royale Barbarians height=170Clash Royale Wizard height=170Clash Royale Prince height=170Clash Royale Elite Barbarians height=170Clash Royale Barbarian Hut height=170Clash Royale P.E.K.K.A height=170



F TierClash Royale Sparky height=170Clash Royale Rage height=170Clash Royale Bomb Tower height=170Clash Royale Giant Skeleton height=170


ที่มา: http://clashroyalearena.com/deck-building/tournament-card-tier-list

36
พอดีไปถอดออกโดยไม่ได้ remove ก่อน เลยทำให้ patition ของ flashdrive เสียไป ตอนนี้กำลังหาวิธีแก้ไขอยู่ครับ

วิธีแก้ไขปัญหา MMC ติด Write Protect
http://community.siamphone.com/viewtopic.php?t=196692

1. คลิกที่ start แล้วคลิก Run จากนั้นพิมพ์ว่า regedit แล้วคลิก OK
2. จะมี Pop up ขึ้นมา แล้ว ดับเบิ้ลคลิกที่ HKEY_LOCAL_MACHINE - - > System - - > CurrentControlSet - - > Control แล้วหา โฟลเดอร์ชื่อ StorageDevicePolicies ถ้าไม่มีให้สร้างใหม่ครับ

3.ให้คลิกขวาที่โฟลเดอร์ Control คลิกเลือก KEY จะได้โฟลเดอร์ ชื่อ New Key#1 คลิกขวาที่โฟลเดอร์นี้ แล้ว Rename พิมพ์ชื่อ StorageDevicePolicies แล้ว OK

4.คลิกขวาที่พื้นที่สีขาวว่าง ๆ ทางขวามือ จะมี Pop up ขึ้นมา แล้วแล้วเลือก DWORD Value จะได้ไฟล์เพิ่มมา 1 ไฟล์ คลิกขวาที่ไฟล์นี้ แล้ว Rename พิมพ์ชื่อ WriteProtect

5.ดับเบิ้ลคลิกที่ไฟล์ชื่อ WriteProtect จะมี Pop up ขึ้นมา ให้ใส่ค่า Value data = 0 เพื่อยกเลิก WriteProtect ซึ่งสามารถจัดการข้อมูลใน MMC ได้ครับ แต่ถ้า ใส่ค่า Value = 1 จะเป็นการใช้งาน WriteProtect จะไม่สามารถจัดการข้อมูลใน MMC ได้ แล้วลองใช้งาน MMC ดูครับ โอ้ว พระเจ้า จอร์จ มันยอดมาเลย ....

********************

Format Flashdrive Kingston ได้แล้ว

19 June 2009  พอดีวันนี้มีพี่คนหนึ่งนำ Flashdrive Kingston รุ่น DataTraveler 4 GB. มาให้ช่วยลบไฟล์ข้างในให้หน่อย เพราะไม่สามารถลบได้ โปรแกรมแจ้งเตือนว่าติด write protect จะ Format ก็ไม่ได้ ก็เลยต้องหาวิธีช่วยเหลือดังนี้
1.หาโปรแกรมมาทำ Low Level Format (LLFsetup.2.36.1181.exe)
2.ทำการ Fomat โดยเข้าวินโดว์ คลิกขวาที่ไดร์ฟของ Flashdrive Kingston เลือก Format กำหนดเป็น Fat32
3. ลอง copy ไฟล์มาใส่ และลบออก ถ้าทำได้ก็สำเร็จเรียบร้อยแล้ว

http://guru.google.co.th/guru/thread?tid=48e59eaf7c3a25e9

***********************

ลองโหลดโปรแกรมนี้ไปใช้ดูนะครับ เพราะผมเชื่อว่าหากใช้โปรแกรมนีแล้ว รับรองว่าหายไปจากอาการข้างต้นอย่างแน่นอน
http://www.apacer.com/en/suppo.../downloads/Repair_v2.9.1.1.zip

เย้ format ได้แล้ว
ใช้วิธีแรกขึ้นจะหาย แล้วหลังจากนั้นพอเสียบคอมขึ้น fotmat ก็รอ format อาจจะนานหน่อย

ทีหลังต้อง remove flash drive ก่อนถึงจะถอดนะครับ ไม่งั้น flash drive พังไม่รู้ด้วย

http://takato.exteen.com/20100...ve-windows7/page/1#lastcomment


ลองโหลดโปรแกรมนี้ไปใช้ดูนะครับ เพราะผมเชื่อว่าหากใช้โปรแกรมนีแล้ว รับรองว่าหายไปจากอาการข้างต้นอย่างแน่นอน
http://www.apacer.com/en/suppo.../downloads/Repair_v2.9.1.1.zip 
เย้ format ได้แล้ว



ที่มา: คุณ64tktv
http://www.thaiseoboard.com/index.php?topic=138372.0

37
เทคนิคนี้ ผมไม่ค่อยได้ใช้เท่าไหร่ แต่เพื่อนๆสามารถนำไปใช้ได้นะครับ

ขั้นแรก ให้เพื่อนๆไปเวปไซต์ที่ชื่อว่า

โค๊ด:http://www.imdb.com
จากนั้นให้เพื่อนๆเอาเมาท์ไปว่างไว้ที่คำว่า Movies



จากนั้นกดคำว่า Trailers



จากนั้นให้สังเกตุ คำว่า Opening This Week and Coming Soon



แค่นี้ก็จะรู้แล้วว่าช่วงนี้หนังเรื่องอะไรที่กำลังจะเข้าในอเมริกาและกำลังจะดัง เพราะคนคลิ๊กดูเยอะครับ

แนะนำนิดหนึ่งใครที่ทำไม่ค่อยเป็นว่ามันจะใช้ประโยชน์อะไรได้ ก็เพียงแค่ให้เรานำชื่อหนังหรือว่า ที่เกี่ยวข้องไปค้นหาที่ youtube จากนั้นดาวโหลดแล้วแปลงกลับไปเป็นของเรา แล้วอัพโหลดขึ้น ไป youtube ใหม่ โดยที่ติดเวปไซต์ของเราไว้ ซึ่งเอาไว้ขายของ หรือทำ CPA ก็ได้ครับ

ลองดูนะครับ แต่ถ้าใครเจ๋งๆหน่อยก็เอาไปหา keyword นะครับ แล้วเอามาทำกับสินค้าพวก amazon หรือว่าอื่นๆครับ



ผมบอกในบอร์ดประจำเลยว่า ผมหาสินค้าทองคำ ไม่ได้หาคีย์เวริดทองคำ ต้องหาสินค้าที่ดีก่อน ค่อยไปหาคีย์เวริด
แล้วพี่ดูสินค้าแบบไหน ดูจากเวปไหน ดูยังไง
ตอบ  ไม่ได้ดูอะไรมากนี้ ก็ขอให้เรารู้แค่ว่าอเมริกาช่วงนี้กำลังเป็นยังไง ช่วงนี้พายุไอรีนพัดผ่าน บางรัฐก็หนาวมากๆ คิดว่าเราจะต้องขายอะไรละ หรือว่า ตอนนี้ กำลังแข่ง NHL กับ NFL คิดว่าจะขายอะไรดีละ
อีกอย่าง พี่มีวิธีที่จะให้คุ๊กกี้อเมซอนอยู่ในเครื่องของลูกค้าได้ตราบเท่าที่เขาลบ แค่นี้เราก็ยังขายได้เรือยๆนะ

พี่จะหาสคริปต์ที่ออนเพจดีๆ จากนั้นก็ลงลิงค์ โดยลิงค์พวกนี้จะต้องมีแอชเชอร์เทค ลิงค์มา ซึ่งต้องเป็นลิงค์จากบทความ จริงๆมันมีด้วยกันประมาณ 4-5 ดาบ ในการลงลิงค์ ดาบแรกก็ต้องลงบทความแล้วลิงค์ซัก 200 ตัว ดาบต่อมา ต้องเป็นลิงค์ที่ลงมายังลิงค์ดาบแรก และมันนี้ไซต์ ส่วนลิงค์ที่สามนี้เป็นลิงค์ที่ต้องลงที่หลัง หลังจากพนักงานGoogle มาตรวจแล้ว และดาบที่สี่ ก็ต้องเป็นลิงค์ที่มาจากเวปที่มีค่าทรัชแรงค์สูงๆ ที่เขาซื้อกันเป็นรายเดือนพวกนี้แหละ จริงๆในดาบสามนั้น ซื้อเอาก็ได้ แค่ไม่กี่บาท ลงได้เป็นหมื่นเป็นแสนลิงค์ ดันอันดับได้สบายเลย

วิธีฝังคุ๊กกี้ยาวๆ นั้นสามารถไปทำที่ทวิสเตอร์ โดยไปที่เวปไซต์ fiverr.com หรือทำที่ facebook.com ได้นะ มีคนทำให้อยู่ ลองไปดูครับ


ที่มา: คุณadsene5438
http://m.thaiseoboard.com/index.php/topic,227437.0.html

38
บางคนใช้วิธี ตั้งรหัสโดยพิมพ์ภาษาไทยโดยใช้โหมดภาษาอังกฤษ หรืออื่นๆ จริงๆแล้ว ถึงแม่ว่าเราจะใช้รหัสยากขนาดไหน
แต่แค่ Hacker มีชื่อ มีอีเมลล์ของเรา มันก็สามารถ recovery ขอรหัสผ่านใหม่ได้ทุกเมื่อค่ะ
เพราะฉะนั้นใครใช้ Gmail ก็ตั้งไว้น๊ะ ปลอดภัยจริงๆ


เริ่มเลยน๊ะค๊ะ วิธีนี้ ปลอดภัยถึง 90%+ นะค๊ะ ^^

1.เมื่อเรา Login แล้วจะพบหน้าจอหลักของ GMAIL ให้ดูที่มุมขวาบนปุ่ม  HELP



2. เลือก MY Account



3. เลือก Change password recovery options



4. ยืนยันรหัสผ่านอีกครั้งนึง



5.
สำคัญมาก ให้ ลบ RECOVERY EMAIL  ใส่แค่ SMS เท่านั้น[/size]
โดยกดปุ่ม edit  ลาก ลบทิ้งให้หมดแล้วกด  Save[/b]



6. ตรวจสอบให้แน่นอนอีกครั้งให้มี แต่ SMS เบอร์โทรศัพท์เราเองเช่น 0812345678  กับคำถามให้ตั้งเป็นภาษาไทยจะดีมาก

[/url]

7. ถ้าต้องการ ลบ Chat Log , ข้อมูลที่ลบจาก Inbox , ลบใน Trash ด้วย





-----------------------------------------------------
เมื่อตั้งค่าตามด้านบนแล้ว ถ้าหากมีใครพยายามเข้าไปที่บัญชีอีเมลล์ของเรา คือ ขอรหัสผ่านใหม่
โค้ดเพื่อเปลี่ยนพาสเวิร์ด จาก Google มันก็จะถูกส่ง SMS ไปที่เบอร์มือถือของเราที่ใส่ไว้เท่านั้นค่ะ ก็ไม่ต้องทำอะไรกับมันค่ะ ^^



ที่มา: http://www.thaiseoboard.com/index.php/topic,147862.0.html

39
Facebook – Social Network ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งปัจจุบันมีผู้ใช้เกือบ 800 ล้านคน เฉพาะ Facebook ในไทยเองก็มีจำนวนผู้ใช้มากกว่า 12 ล้านคนเข้าให้แล้ว (28 ตุลาคม 2554) ดังนั้นปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเป็นหนึ่งในสื่อที่ นักการตลาดทุกคนจะต้องจับตามอง
และสิ่งที่นักการตลาดใช้ใน Facebook Marketing มากที่สุดก็คือ “Facebook Fan Page” (หรือ “Facebook Page”) ซึ่งมีวิธีการใช้งานและคุณสมบัติที่ต่างออกไปจาก Facebook Profile ที่ีสำหรับใช้ส่วนตัว ซึ่งความยากในปัจจุบันคือ จะทำอย่างไรให้คนสนใจหรือ มีส่วนร่วมกับ “Facebook Fan Page” ของเรา เพราะจำนวน Page มีอยู่มากมาย จะโพสอย่างไรดีให้น่าสนใจ
ดังนั้น Facebook ได้มีการออกคำแนะนำ 10 สุดยอดกระบวนท่าการโพส (Page Publishing Best Practices) มาให้นักการตลาด หรือ ผู้ดูแล Facebook Fan Page ให้ลองนำไปใช้งานกัน ซึ่งผมได้แปลเป็นไทยมาให้ดังนี้ครับ
 
 1. โพสสั้นๆ สรุปแบบกระชับ ได้ใจความ: เนื่องจากแฟนๆของเราจะมีข้อมูลที่ขึ้นใน News Feed (ข่าวใหม่) หน้าแรกของเขาเยอะมาก และ เร็วมาก ดังนั้นแฟนๆของเราจะไม่มีเวลามานั่งอ่านอะไรที่ยาวจนเกินไป ซึ่งสิ่งที่เราต้องทำก็คือ การโพสให้สั้น และ น่าสนใจที่สุด เพื่อให้แฟนๆของเราอ่านและสนใจ โดย Facebook ได้กำหนดจำนวนตัวอักษรไว้ที่ 100-250 ตัวอักษร (หรือไม่เกิน 3 บรรทัด) ซึ่งสถิติคือ ถ้าโพสสั้นๆจะมีโอกาสที่แฟนๆจะกด Like หรือ Share (แบ่งปัน) ได้มากขึ้นถึง 60%
Fan Page on Facebook, Photo or Video Posts2. โพสรูปหรือวีดีโอ: เพราะการโพสอะไรที่มากกว่าตัวอักษรจะถูกให้ความสนใจมากกว่า ดังนั้นทางผู้ดูแลจึงจำเป็นต้องหาข้อมูลหรือรูปหรือวีดีโอ ที่มีมากกว่าแค่ตัวอักษรมาใช้ และนั่นจะทำให้มันโดดเด่นมากขึ้นเมื่อไปอยู่บน News Feed ซึ่งโดยสถิติแล้ว การโพสเป็นอัลบั้มรูปจะเพิ่มจำนวนการ like หรือ share ได้กว่า 180% จากการโพสปกติ ถ้าเป็นรูปเดี่ยว เพิ่มกว่า 120% และถ้าเป็นวีดีโอ จะเพิ่มมากกว่า 100%
3.  โพสให้ถูกใจ เป็นประจำ สม่ำเสมอ: การโพสข้อมูลให้ถูกใจ เป็นประจำจะช่วยให้แฟนๆ สนใจเราและเข้ามาร่วมกับเรามากขึ้น ยกตัวอย่างเช่นถ้าเราเป็นร้านอาหาร เราอาจจะต้องโพสทุกวันเพื่อให้แฟนๆได้รู้ถึง ดีลพิเศษ หรือ เมนูพิเศษประจำวัน แต่ถ้าเราเป็น ร้านขายของชำทั่วไป อาจจะโพส 2-3 ครั้งต่ออาทิตย์เมื่อมีสินค้าใหม่ๆเข้ามาก็ได้ (แต่ถ้าโพสเรื่องข้อมูลอื่นๆ ที่แฟนๆน่าจะสนใจเช่นบทความ อาจจะโพสทุกวัน)
Ask Fan Opinion4. โพสถามความเห็น: กฎสำคัญในการใช้งาน Fan Page ของ Facebook คือการที่เรามีปฏิสัมพันธ์กับแฟนๆ ดังนั้น การถามความเห็นจึงเป็นหนึ่งในสิ่งที่ต้องทำ และ ยังสามารถช่วยเราในการเก็บข้อมูลต่างๆที่น่าสนใจได้ด้วย เช่น คุณใช้สินค้าตัวไหนของเราบ้าง
 
 
5.ใช้เครื่องมือคำถาม (Questions) ของ Fan Page: Facebook เองได้มีเครื่องมือที่ดีในการถามคำถาม หรือ ระบบโหวตที่ชื่อว่า Questions (หรือคำถาม)​ อยู่ซึ่งมีประโยชน์อย่างมากเพราะแฟนๆใช้งานง่าย (แค่กดคลิก) และ เราสามารถใช้ระบบนี้ในการตรวจจำนวนการนับคะแนนได้อย่างดีเยี่ยม (เหมาะสำหรับคำถามทืี่เป็นตัวเลือก)
Facebook Questions Product
Fill in the blank post6. โพสในรูปแบบ เติมคำลงในช่องว่าง: ในกรณีที่คุณต้องการวิธีง่ายๆในการสร้างส่วนร่วมกับแฟนๆของคุณ ก็ลองโพสคำถามแบบเติมคำลงในช่องว่าง แบบนี้ครับ “คุณชอบสินค้าตัวนี้สี_________” เพื่อให้แฟนๆได้คิดและส่งคำตอบแบบง่ายๆมาครับ (สามารถถามได้หลายแบบ เช่น สินค้าอะไร ทำไม ใช้อย่างไร) ซึ่งการโพสแบบนี้ เพิ่มจำนวนการมีส่วนร่วมได้ถึง 90% จากโพสปกติ!!
7. ให้ข้อมูลสุดพิเศษกับแฟนๆของคุณ: การให้ข้อมูลเฉพาะบน Facebook จะช่วยให้แฟนๆอย่างเข้ามาที่ Page เราบ่อยๆ เช่น เบื้องหลังโฆษณา, ข้อมูลส่วนลดล่วงหน้า, ข้อมูลกิจกรรมล่วงหน้า
8. ให้สิ่งพิเศษกับแฟนๆของคุณ: ดีลหรือสิทธิพิเศษ หรือ คูปองส่วนลด ที่ให้เฉพาะแฟนๆใน Facebook Page จะทำให้เขาอยากกลับเข้ามาบ่อยๆ (และทางเราเองก็สามารถตรวจสอบได้ว่า Facebook Page สามารถสร้าง Traffic และมีประสิทธิภาพมากน้อยเพียงใด)
Be Timely
9.อยู่ในกระแส: การอยู่ในกระแสหลัก หรือ สิ่งที่น่าสนใจในเวลานั้นจะช่วยเพิ่มจำนวนการมีส่วนร่วมของแฟนๆได้มาก ตัวอย่างของ Facebook คือ ในวันที่  4 กรกฎาคม (วันประกาศอิสรภาพของอเมริกา) โพสที่เกี่ยวข้องกับวันนั้น จะมีคนเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้นถึง 90% เมื่อเทียบกับการโพสเรื่องอื่นในวันเดียวกัน
10. พยายามเลือกการโพสแบบเจาะจงเฉพาะพื้นที่ (ในกรณีที่เรามีลูกค้าอยู่ต่างประเทศ): ด้วยเครื่องมือของ Facebook ที่เราสามารถกำหนดการโพสตามประเทศ และ ภาษาที่ใช้ ทำให้เราสามารถสร้างการโพสข้อมูลแบบเจาะจงเฉพาะพื้นที่ และ ทำให้การโพสจะถูกเห็นเฉพาะคนที่เราอยากให้เห็น ยกตัวอย่างเช่น เรามี Deal โรงแรมสำหรับเฉพาะคนต่างชาติที่เป็นญี่ปุ่น เราสามารถโพสเฉพาะแฟนๆที่อยู่ญี่ปุ่นได้ ดังนั้น ถ้าเราเป็นสินค้าแบบที่เป็นระดับโลกจริงๆ อาจจะมองถึงวิธีทีนี้ได้เช่นกัน
Localize Post
 


ที่มา: http://jexep.net/digital-marketing/fan-page-facebook-social-network/

40
เทคนิคนี้ถูกคิดค้นนานมาแล้ว และเหล่ามือสมัครก็เล่นนิยมเอามาใช้กัน ที่เห็นโด่งดังเลยก็เมื่อเกือบๆ 2 ปีที่แล้วในวงการเกมส์ออนไลน์ ไม่นึกเลยว่าปัจจุบันยังมีคนโดนหลอกได้เหมือนเดิม วันนี้ผมขอถือโอกาสมาเผยไต๋โจรให้เพื่อนๆ ได้ทราบกันจะได้รู้ทันและไม่สูญเสียไอดีเกมส์อันเป็นที่รักเวลสูงๆ ของท่านไป

Step 1 มาเริ่มกันเลยดีกว่าคับ จุดเกิดอยู่ที่ความประมาทของ User กว่า 50% ที่ยังนิยมใช้ user เดิม pass เดิมในการสมัครใช้บริการ หรือทำกิจกรรมต่างๆ บนระบบ Internet ยกตัวอย่างเช่น ผมสมัครอีเมล์  abc@hotmail.com  พาส 12345 และไปสมัครบริการอื่นๆ ใช้ไอดี abc พาส 12345 เช่นเดียวกัน (ปัจจุบันมีคนหลายๆ คนยังทำแบบนี้อยู่ และมักตอบเป็นเสียงเดียวแบบวอนโดนกันว่า "มันจำง่ายดี") คับจำง่ายแบบนี้ล่ะที่เข้า Step 2

Step 2 ต่อมาจะเห็นอาชีพยอดฮิตของคนในวงการเกมส์ออนไลน์ นั่นคือเปิดบอร์ดเกมส์ พูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้เรื่องเกมส์นั้นๆ และวิธีดักที่ยอดฮิตที่สุด ที่อาศัยธรรมชาติของความโลภของมนุษย์คือ ประกาศแจกโปรคับผม โปรเทพ ปั๊มเงินได้ เสกของ ไอเท็ม บอท อื่นๆ แล้วแต่จะ make ขึ้นมา จากนั้นจะทิ้งท้ายไว้ว่าอย่างเช่น ขอ 20 reply คับ ช่วยขุดหน่อย ใครอยากได้ทิ้งเมล์...

จากนั้นก็มีคนทิ้งเมล์ไปตามๆ กัน Want จะได้โปร แต่ก็ไม่มีวี่แววว่าไอ้ จขกท. นั้นมันจะส่งอะไรมาให้เลย ... หลักการทำงานมันมีอยู่ว่า จขกท. นั้นมันเป็นแก๊งเดียวกับเจ้าของบอร์ดเถื่อนจะนำ email ที่คนนั้นมาโพสต์ตรวจสอบกับ email ที่ใช้สมัครสมาชิกบอร์ดในระบบว่าตรงกันไหม จะตรงหรือไม่ตรงไม่มีผลอะไรมากนัก เพราะพาสเวิร์ดหาได้จากระบบเว็บบอร์ด จากเจ้าของบอร์ดนั่นเอง ที่จะรู้พาสของสมาชิกทุกคน

จากนั้นก็ได้ email มา ส่วน password ก็ลองใช้พาสที่สมาชิกคนนั้นมาสมัครบอร์ดนั่นล่ะ วิธีนี้ไม่ได้ผล 100% แต่ก็ไม่เคยไร้ผล 0% เช่นเดียวกัน ยังไงสุ่มหลายๆ คนมันต้องมีคนโดนกันประจำล่ะคับ

ลำดับแรกลองเข้าเมล์ เมล์ไหนเข้าไม่ได้ก็ทิ้งไป เมล์ของใครเข้าได้ก็ลิสต์เอาไว้ ข้อน่าคิดมีอยู่ว่าเอาเมล์พวกนี้มาทำไร ก็เอามาไว้ขอพาสใหม่จากเกมส์ออนไลน์เช่น Asiasoft Passport ที่ว่าถ้าเราจำ user password ไม่ได้ จำเมล์ได้ก็ยังดี มันก็จะส่งข้อมูลเข้าเมล์นั้น และที่น่ามองอีกอย่าง คนที่มาเล่นบอร์ดเกมส์เกือบทุกคน เป็นคนที่เล่นเกมส์นั้นอยู่จริงๆ จากนั้นก็นำเมล์ที่ลิสต์เอาไว้ แจ้งพาสหายกับระบบ Asiasoft Passport ถ้าเมล์นี้ไม่เคยใช้ในการสมัคร ระบบก็จะแจ้งว่าไม่มีเมล์นี้อยู่ แต่ถ้าเมล์นี้เคยใช้สมัครระบบจะบอกว่าส่งข้อมูลรหัสผ่านให้ในเมล์ของคุณเรียบร้อยแล้ว (ระบบพี่เขามีประโยชน์ต่อ Hacker ดีจิงๆ) จากนั้นเราก็ได้ ID: นั้นมาครองเรียบร้อยแล้ว

Step 3 แต่ยังไม่จบแค่นั้น หลังจากที่ได้ไอดีมาแล้วจะเข้าเกมส์ เช็คชื่อตัวละครไว้ (แต่จะไม่เดินหรือย้ายไปไหน ไม่ทำอะไรทั้งสิ้น) จดชื่อตัวละครอย่างเดียวแล้วออก ทำแบบนี้จะได้ตัวละครหลายตัวเท่าที่จะหาได้ แล้วก็จะออนตัวละครของตัวเองไปทำความรู้จักกับตัวละครนั้นๆ (ทุกเกมส์จะมีคำสั่งเช็คว่า ตัวละครนี้ออนหรือไม่ อยู่ map ไหน) จากนั้นก็ไปตีสนิท คั่วๆ กันอยู่พักนึง ไม่สนใจ ญ หรือ ช มั่วได้หมดรักทุกคน สุดท้ายเ้ข้าประเด็น ถามชื่อจริง นามสกุล ... เพื่อนเกมส์ออนไลน์หลายๆ คนไ่ม่เคยกังวลเรื่องนี้มาก่อน มันรู้ชื่อ นามสกุล แล้วทำไรเราได้ ...

หลังจากไ้ด้ชื่อนามสกุลแล้ว จะเช็คกับเว็บที่ให้ข้อมูลทะเบียน เว็บราชการ เว็บโรงเรียน ต่างๆ (การันตีคับ คนเขียนเว็บราชการส่วนมากหลายๆ คนไม่ได้เชี่ยวเรื่องโปรแกรมมิ่งเลยสักนิด และมีฝีมือด้อยพัฒนามากกว่าโปรแกรมเมอร์บริษัท 20 เท่า)(แต่ก็ยังมีคนเก่งนะคับ เด๋วจะหาว่าผมไปดูถูกเขา) เว็บที่ให้ข้อมูลทะเบียนประชาชน ประกาศผลสอบ ต่างๆ ที่มีชื่อ รหัสบัตรประชาชน แทบจะไม่เคยมีเว็บไหนเขียนสั่ง Disallow เพื่อไม่ให้ index หน้านั้นลง Search Engine เลยทำให้การหาข้อมูลของ Hacker หวานหมูมากมาย เพียงค้น ชื่อ นามสกุลนั้น และติดตามค้นหาสัก 2-3 วัน

ไอดีเกมส์ไหน ที่ค้นรหัสบัตรประชาชนเจ้าของไอดีไม่ได้ รู้ว่าไม่ได้บัตรประชาชนแน่ๆ ก็จะชิงลงมือก่อน คือออนตัวละครเป้าหมายแล้วรูททรัพย์ให้เกลี้ยง (บางเกมส์ทิ้ง กางเกงในไว้ให้ตัวเดียว ไว้ดูต่างหน้าขำๆ) ถือว่าจบข่าวกรณีแรก ถ้าเวลสูงๆ หลังรูททรัพย์แล้วเผลอๆ ยังขายให้เด็กประถมได้อีก (ขายเงิน m) ได้ 2 ต่อเลย

สำหรับไอดีเกมส์ไหน ได้ข้อมูลบัตรประชาชน ก็จะนำข้อมูลนี้ยึดทั้ง Account Asiasoft เลย ได้ user password email รหัสบัตรประชาชน ข้อมูล 4 อย่างนี้เพียงพอต่อการยืด AP เป้าหมายแบบได้ทุกเกมส์ที่เล่นไว้ ถ้าเกมส์ไหนไอดีอ่อนก็รูทแล้วขาย ไอดีเกมส์ไหนเทพ ก็เล่นต่อเอาฮา

กรณีศึกษานี้ผมคงไม่เล่ารายละเอียดมากมายนะคับแต่ก็หวังว่าคงจะทำให้เพื่อนที่เล่นเกมส์ออนไลน์หลายๆ คนมองภาพออกถึงวิธีที่ต้องบอกว่าล้าสมัยในวงการ Hacker แต่ว่าทันสมัยในวงการคนที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์จริงๆ คับ

สิ่งที่ผมจะทิ้งท้ายฝากเพื่อนๆ เอาไว้คือ ให้หัดแยก ไอดี สำหรับทำกิจกรรมต่างๆ ไว้บ้างเช่น สมัครเมล์ไว้เล่นเกมส์ หรือทำงาน หรือทำธุรกรรมต่างๆ ให้ใช้ไอดีส่วนตัว และไม่เอาไปแพร่ที่ไหน และไอดีที่ำไม่สำคัญเช่นสมัครเว็บบอร์ด หรือเล่นไรขำๆ ก็แยกไว้อีกไอดีหนึ่ง จะใช้พาสเดิมก็ได้ไม่เป็นไรสำหรับไอดีที่ไม่สำคัญ และที่ลืมไม่ได้อีกข้อ พยายามอย่ากรอก ชื่อจริง นามสกุล หรือรหัสบัตรประชาชนที่เว็บใดๆ โดยไม่จำเป็น แม้กระทั่งเบอร์โทรศัพท์ที่ให้ไว้กับบอร์ดต่างๆ บางคนยังซวยมาแล้วเพียงแค่เบอร์โทรเบอร์เดียว (มีคนโทรมาจีบอ่ะ รับสายไม่ทันซวยเลย กิ๊กมาเจอ) และสุดท้ายที่สำคัญจริงๆ ... "กว่าคุณจะรู้เรื่องนี้ วงการโจรก็ Advance ไปไกลแล้วคับ" (มีเวลาเด๋วมาเล่าให้ฟัง)



ที่มา: คุณPLAYPOPZ
http://m.thaiseoboard.com/index.php?topic=47449.0;prev_next=prev

41
เรื่องการ index ไว

จริงๆ index เร็วๆประเด็นใหญ่ๆ ที่ผมเห็นก็มีอยู่ 2 อย่างนะ
1. Bot เวียนเยอะ
2. บทความเราเขียนขึ้นมาเอง ไม่ได้ก๊อบใคร แล้วไม่มีใครที่ไหนเหมือนเรา
ซึ่งประเด็นที่ 2 นี่สุดๆครับ index ไวได้ใจ 555+ ไม่รู้ Bot มันโผล่มาจากไหน - -"

ส่วนประเด็นแรก Bot เข้าเว็บเยอะ ทำไงถึงจะมี Bot เข้าเยอะหละ ทำไงถึงจะมี Bot เวียนไปเวียนมา ยิ่งถ้าเว็บเราไม่ได้เขียนบทความเอง ก๊อปจากคนอื่นเค้ามาด้วย จะทำไงดีอะ?
อย่างแรกเลยก็คือ หมั่นอัพเดรตเว็บเราบ่อยๆครับ ไม่ใช่ปล่อยให้ค้างนิ่งไปเลย การซัพมิทนี่ก็ช่วยได้ครับ แล้วยิ่งถ้าเป็นคนขยันๆนะ เช่นมีบทความนึงก็ไปซัพทีนึง แล้วก็ซัพหลายเว็บด้วย ยิ่งซัพบทความเยอะ จำนวนหน้าที่ไปฝากไว้ที่เว็บต่างๆแต่ละเว็บมันก็เยอะขึ้น ซึ่งก็เพิ่มช่องทางให้ Bot มันเข้าเว็บเราได้เยอะขึ้น จึงไม่น่าแปลกที่หลังๆบทความจะ index ไวขึ้น เพราะว่ามันเริ่มมี Bot เวียนไปเวียนมาอยู่เรื่อยๆ



- แล้วเวลาไปซัพนี่เราลุยซัพแต่บทความอย่างเดียวเลย ไม่ต้องซัพหน้า homepage ใช่ป่าว แล้วก็ซัพที่เว็บ digg อย่างเดียวใช่ไหม๋ครับ
อยากดันอันไหนก็ซัพอันนั้นครับ ซัพ Social bookmark โลดครับ ที่ไหนก็ได้ซัพไปครับ(ที่แนะนำเว็บ Social bookmark เพราะว่าทำอันดับได้เร็วในระยะเวลาสั้นๆ) แต่เน้นๆไล่จาก Pr สูงไปต่ำจะดีครับ แต่อย่าซัพแหลกจนไม่ลืมหูลืมตานะ ค่อยๆซัพไป มีแรงแค่ไหนก็ซัพไป แล้วก็ถ้าไปซัพ Article จะเวิ๊กมากถ้าติดนะ แต่จริงๆเอาเวลามาเขียนบทความใหม่ดีกว่า แล้วก็มาทำหน้า Homepage เราให้แข็งแรงๆ จำได้ว่ามีท่านเทพในบอร์ดนี้บอกไว้ว่า "ถ้าเกิดเราทำให้หน้า Homepage ให้แข็งแรง เช่น มี BLเยอะ(BLคุณภาพด้วยนะ เช่น เนื้อหาคล้ายเรา,Prสูง) , Prสูง , Bot เข้าผ่านเยอะ มันจะช่วยดันให้หน้าย่อยๆของเราอันดับดีขึ้นนะครับ" บางทีอาจไม่ต้องไปซัพบทความเพื่อทำอันดับเลยก็ได้ มันเหมือนกับว่า เว็บเรามันมีความน่าเชื่อถือขึ้นมาแล้วอะครับ เค้าก็เลยให้เกรตกับตัวเว็บเราสูงขึ้น อันดับบทความในเว็บเรามันก็จะอันดับดีขึ้นตามอันดับอะครับ ลองสังเกตได้จากเว็บดังๆ บางทีลงบทความไม่ได้ซัพมิทเลย แต่กลับ index ไว แถมอันดับดีซะด้วย แต่กับเว็บที่เพิ่งสร้างใหม่ เอาบทความลง กว่าจะ index แถมไปซัพที่นู่นที่นี่ อันดับก็ยังสู้เว็บก่อนหน้าที่บอกไว้ไม่ได้เลย

- การที่เรานำเว็บที่เป็นภาษาไทย ไป Submit ไป Web directory ที่รับเฉพาะเว็บอังกฤษ แต่เรากรอกข้อมูลเป็นภาษาอังกฤษหมด แบบนี้ Web directory นั้นจะ Approve เราไหมครับ หรือว่าบางเว็บเนียนได้ บางเว็บเนียนไม่ได้
เมื่อก่อนผม Submit directory แต่หลังๆไม่และ ขี้เกียจครับ 555+ เพราะแค่ social bookmark ก็มีเยอะมากๆแล้วหละครับ - -" แต่มีเวลาซัพก็ดี
ผมว่าส่วนใหญ่เนียนได้ครับ เพราะว่าเท่าที่สังเกตนะครับ ส่วนใหญ่ไอเว็บ Submit directory พอซัพอะไรเสร็จ มันจะมีให้ติดลิงค์ของเค้าด้วย แล้วระบุหน้าด้วยว่าเราไปติดไว้ที่ไหน เหมือนกับว่าเค้าแค่เช็คว่าเราติดลิงค์ให้เค้าแค่นั้นเราก็ผ่านแล้วหละครับ ซึ่งเค้าก็คงใช้ Bot เป็นคนไปเช็คอะครับ (อันนี้เป็นสมมติฐานของผมนะครับ จากที่เคยทำมา เพราะผมก็เคยซัพBlogภาษาไทยอะครับ ท่านใดที่รู้จริงช่วยมาไขให้กระจ่างด้วยนะครับ T T) มีวิธีโกงเค้าหน่อย ก็คือทำหน้าเว็บขึ้นมาซักหน้านึงครับ แล้วก็ไว้รวมติดลิงค์ไอพวกนี้เอาไว้แหละครับ รวมไว้ที่หน้าเดียวเลย มันจะได้ไม่ต้องไปดึง pr จากหน้าอื่นเรา (แอบเลว - -") แต่ถ้าเป็นเว็บที่มีชื่อเสียง แบบเป็นเว็บใหญ่ ผมว่าเค้าน่าจะให้คนเป็นผู้ตรวจสอบอะครับ เว็บพวกนี้ก็อาจจะเนียนไม่ได้ หรือว่าอาจจะยากหน่อย
แต่ถ้าให้ผมแนะนำนะ เว็บไทยก็ไป Submit directory ของไทยแหละครับ ไปซัพของต่างประเทศมันไม่ค่อยได้อะไรหรอก อย่างมากก็ BL ซึ่งกว่าจะได้เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ มีวิธีได้ BL จากทางอื่นเยอะแยะครับ ไปหาจากอ่านอื่นดีกว่า แต่ถ้าเป็นเว็บอังกฤษ ถ้ามีเวลาว่างจริงๆ ซัพไว้ก็ดีครับ เอาเว็บที่ดังๆหน่อย เผื่อจะได้ทราฟฟิคมากับเค้าบ้างครับ



- มีวิธีการดูไหมครับ ว่าเว็บ Pligg or Digg ที่เข้าไป เขารับเว็บภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ เพราะบางเว็บเขาก็เขียนไว้บนหน้าเว็บ แต่บางที่เขาก็ไม่เขียนครับ หรือเราต้องเข้าไปดูในพวกโพสเก่าๆ ว่ารับไทย อังกฤษ หรือรับทั้งคู่ครับ
วิธีง่ายๆครับ ลองดูครับว่าในเว็บมันเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษครับ ถ้าตัวเว็บมันเป็นภาษาอังกฤษก็ซัพภาษาอังกฤษครับ เพราะมันคงเป็นเว็บนอก ไม่ก็ของคนไทยที่รับภาษาอังกฤษครับ ส่วนถ้าเว็บนั้นเป็นภาษาไทย ก็ลองดูครับว่าเค้ามีเงื่อนไขอะไรรึเปล่า ถ้าไม่เขียนไว้ ก็แสดงว่ารับภาษาอะไรก็ได้ที่มันเป็นภาษามนุษย์อะครับ(เคยเห็นบางเว็บบอกว่า ไม่รับภาษาที่อ่านไม่ออก 555) แต่จริงๆก็เอาแค่ ไทย กับ อังกฤษ แหละครับ อย่าไปภาษาอื่นเลย - -"  ส่วนถ้าเว็บไหนบอกเงื่อนไขไว้ ก็ทำตามเค้าเลยครับ


- เราจะดูยังไงว่า Pligg or Digg นั้นๆ เขาใช้ Auto Approve ครับ มีวิธีดูเปล่าครับ
ไม่ทราบครับ - -" แต่ถ้าเป็นวิธีผมนะ อย่างแรกที่เข้าไป คือหน้าแรกครับ ลองดูวันที่เว็บที่ส่งอะครับว่ามันวันไหนถ้ามันเป็นแบบไม่ใช่ของวันนี้หรือเมื่อวาน ก็เดาว่ามันไม่ Auto Approve ครับ(ยกเว้นเว็บนั้นไม่มีคนมาซัพนะ) แต่ถ้าเวลามันแบบว่าของวันนี้ แล้วแบบมีเพิ่งเผยแพร่ไปไม่นาน ก็เดาว่ามัน Auto Approve ครับ ต่อมาอย่างที่2 ผมจะเข้าไปดูหน้าในหมวดเว็บมาใหม่ครับ ถ้าเว็บเว็บ Auto Approve บางเว็บหน้านี้จะว่างเลยครับ เพราะมันไปหน้าแรกหมดแล้ว บางเว็บก็จะมีเว็บดองอยู่ในหน้านี้บ้างครับ ซึ่งคือเว็บที่ทำผิดกฎของเค้าอะครับ ลองสังเกตวันที่ครับ วันมันจะไม่เรียงติดกันเป็นพรืด แล้วมีการทิ้งห่างของระยะเวลา ส่วนถ้าเป็นเว็บไม่ Auto Approve ในหน้านี้ก็จะมีเว็บดองอยู่พอควรครับ(บางเว็บอาจเยอะเพราะเจ้าของไม่มีเวลา Approve คัรบ) แล้วเวลาของแต่ละอันก็จะใหม่อยู่ครับ แล้วเวลามันก็จะไล่ๆกันไป


- ปกติ Web directory ส่วนใหญ่ ใช้เวลาในการ Approve นานไหมครับ ประมานกี่วัน หรือกี่ชม.ได้ แล้วในส่วนของ Pligg or Digg ละครับ เหมือนกันรึเปล่า
บอกไม่ได้ครับ ขึ้นอยู่กับเว็บครับ ว่าเค้ามีเกณฑ์ในการ Approve อย่างไร ส่วนเว็บ Pligg หรือ Digg ขึ้นอยู่กับความขยันของเจ้าของเว็บนั้นๆครับ


- การไป Submit Web Directory จำเป็นไหมครับ ต้องเอาหน้าหลักของเว็บไปอย่างเดียว เช่น www.yourdomain.com ใช้เป็น Subdomain หรือ Subpages ไม่ได้ และมีเหตุผลไหมครับว่าทำไม แล้วถ้า Pligg or digg มันเป็นแนวเดียวกันไหมครับ
ไม่่จำเป็นครับ ผมเป็นคนนึงที่ทำ Blogger ซึ่ง Domain มันเป็น Subdomain ครับ ผมก็ยังซัพได้ปกติ ยกเว้นบางเว็บครับ ที่เค้าบอกเลยว่าไม่รับ หรือเวลาเราซัพแล้วมันไม่ได้ครับ


- การ Submit Social Bookmark ที่บอกว่าได้ BL ได้ระยะสั้นๆ และ Pr Traffic bot ไรพวกนี้ มันจะมีผลต่อระยะยาวมั่งไหมครับ หรือว่าเราต้องมานั่ง Submit เรื่อยๆ เพื่อระยะสั้นๆอย่างเดียว ระยะยาวหวังผลไม่ได้ครับ แล้วถ้า Submit Directory ระยะสั้นไม่มีผลเลยเหรอครับ มีแต่ระยะยาวรึเปล่า
ถ้า Social Bookmark นั้น BL เราได้ครับ มีผลระยะยาวด้วยครับ ถ้า Link เราไม่หายไม่จากเว็บเค้านะครับ เพียงแต่ว่า เราจะไม่ได้ BL จากหน้า Pr สูงครับ เพราะว่าเราไปอยู่หลังๆครับ ซึ่งตอนแรกที่เราซัพแล้วมันไปอยู่หน้าแรกใช่มั้ยครับ ซึ่งมันคงเป็นหน้าที่มี Pr สูงสุดในเว็บแล้ว มันจึงดันอันดับให้เราเป็นอย่างดี เพราะได้ Bl จากหน้า Pr สูง แต่หลังๆเราไม่ได้จากหน้า Pr สูงแล้ว มันเลยมีโอกาสทำให้อันดับเราตกไป แต่เราก็ไม่ได้ซัพแค่เว็บเดียวหนิครับ เราก็ซัพไปเรื่อยๆ ก็ได้ BL จากหลายๆที่หลาย ip อันดับเราก็ดีเองครับ แต่จริงๆเว็บพวกนี้มันเหมือนเหมาะกับอะไรที่เราต้องการให้มันรวดเร็วทันใจเราอะครับ เช่น พวกข่าว หรือบทความ อะไรที่มันจำเป็นต้องรีบทำอันดับแข่งกับเค้าในระยะเวลาสั้นครับ
ส่วนเว็บ Submit Directory คงไม่ต้องหวังผลในระยะสั้นเลยครับ ยาก - -" ในระยะยาวอาจได้หวังผลบ้างครับ ถ้าบอทมันมาเจอก็คงได้หวังผลกับเค้าบ้างหละน่า



ที่มา:คุณ ~@^Mr.Pepo^@~
http://www.thaiseoboard.com/index.php?topic=113699.0

42
Dofollow เราจะได้ Traffic,Bot,BackLink,Pr
nofollow เราจะได้ Traffic,ฺBot,BackLink หลายคนจะคิดว่า nofollow จะไม่ได้ BL แต่ในทางปฏิบัติแล้ว Nofollow นี่ได้ BL เพียงแต่ไม่ได้ Pr
redirect เราจะได้ Traffic อย่างเดียวรึเปล่าผมไม่แน่ใจ เห็นเค้าบอกว่าได้แต่ Traffic อย่างเดียว แต่ความรู้สึกส่วนตัวของผม เวลา Bot มันไต่เข้าไปใน link แล้ว มันก็น่าจะเจอ link เว็บเรา มันก็น่าจะไต่ไปต่อ มันก็น่าจะได้ Bot ด้วยน้า อันนี้เป็นแค่สมมติฐานของผมนะครับ
  Tongue


- แล้วแต่ละเว็บเราจะดูยังไงว่า Web ที่เราจะ Submit เป็น Dofollow, Nofollow หรือ redirect ครับ
ง่ายๆเลยนะครับ มันแบ่งได้หลายแบบ สิ่งที่ใช้ดูนะครับ ผมลองยกตัวอย่างให้ดูซักเว็บนึงละกัน สมมติเว็บDekdigg นะครับ (ผมขออนุญาติใช้มายกตัวอย่างให้ความรู้นะครับ คงไม่ว่ากันน้า ><)
อันนี้ ผมใช้ firefox นะครับ
มาหน้าแรกของเว็บนะครับ




จุดที่ 1 ลองคลิกขวาดูครับว่าที่link มันlinkไปไหน เพราะส่วนใหญ่แล้วมันจะlinkไปหน้าย่อยของเว็บเค้าครับ แต่บางเว็บมันอาจจะlinkไปที่เว็บเราโดยตรงเลย ก็ต้องลองดูครับว่ามัน nofollowหรือfollow  ตามจุดที่ 3 อะครับ ถ้าตรง Relation มันไม่มีหรือว่าเขียนว่า dofollow แสดงว่าเราได้ BL followจากเว็บนั้นครับ ส่วนถ้ามันขึ้นว่า nofollow แสดงว่าเราได้ BL nofollowจากเว็บนั้นครับ
จุดที่ 2 ลองคลิกขวาดูครับ ในส่วนนี้มันจะลิงค์ไปที่เว็บเราครับ จะขึ้นตามจุดที่ 3 ถ้าตรง Relation มันไม่มีหรือว่าเขียนว่า dofollow แสดงว่าเราได้ BL followจากเว็บนั้นครับ ส่วนถ้ามันขึ้นว่า nofollow แสดงว่าเราได้ BL nofollowจากเว็บนั้นครับ
ถ้าคลิกเข้าไปที่จุดที่ 1 แล้วมัน ไปหน้าเว็บย่อยของเค้า ก็ลองคลิกขวาจุดที่ 1 ในหน้าย่อยของเว็บเข้าใหม่ครับ จะเป็นรูปแบบจุดที่ 3 ถ้าตรง Relation มันไม่มีหรือว่าเขียนว่า dofollow แสดงว่าเราได้ BL followจากเว็บนั้นครับ ส่วนถ้ามันขึ้นว่า nofollow แสดงว่าเราได้ BL nofollowจากเว็บนั้นครับ
ถ้าเว็บนั้นเป็นแบบ Redirect มันจะเป็นเหมือนลิงค์ออกใน thaiseoboard นี้อะครับ คือคลิกไปหน้านึงแล้วมันค่อยไปหน้าเว็บเราโดยอัตโนมัติ
โดยส่วนใหญ่แล้ว เว็บซัพจะเป็นแบบ dofollow กับ nofollow นะครับ ส่วนแบบ  Redirect จะไม่ค่อยพบเท่าไหร่ครับ มีน้อยครับ
ปล. dofollow กับ follow นี่เหมือนกันนะครับ



- ปกติถ้าเว็บที่จะ Submit เป็น AOM, Astore, เว็บพวกผิดกฏหมาย หรือ 18+ เขาจะรับหรือเปล่าครับ หรือต้องดู Rule ของเว็บอีกทีนึง
ต้องดู Rule ของเว็บนั้นๆครับ แต่เท่าที่เห็น เค้าไม่รับกันอะครับ  AOM กับ Astore น่าจะมีรับอยู่บ้าง เว็บพวกนนี้ถ้าซัพได้มันก็จะซัพได้ปกติครับ แต่ถ้าซัพไม่ได้เวลาซัพไปมันจะขึ้นบอกเองครับว่าเว็บนั้นไม่สนับสนุนเว็บจำพวกนี้  แต่พวกเว็บพวกผิดกฏหมาย หรือ 18+ นี้ซัพไม่ได้ครับ อาจจะมีแต่น้อยมากๆ ยิ่งถ้าเว็บซัพเป็นโฮสไทยด้วยแล้วอย่าหวังเลยครับ เพราะเจ้าของเว็บซัพก็เสี่ยงโดนจับได้เหมือนกันครับ จะเห็นได้ชัดว่าเข้าออกกฎชัดเจนเลยว่าไม่รับเว็บจำพวกนี้


- Web submit Directory รับเว็บทั้งไทยและอังกฤษหมดเลยรึเปล่าครับ แต่เราแค่ต้องใส่ให้ถูกหมวดของมัน แต่ถ้าเป็น Web submit Social Bookmark เราต้องมาดูอีกทีว่่าเขารับเว็บไทยหรืออังกฤษ
ทั้งคู่เลยครับดูว่าเค้ารับเว็บไทยหรืออังกฤษ ถ้าเว็บไหนระบุชัดเจนก็ทำตามที่เค้าบอกไว้เลยครับ อย่าไปผิดกฎเค้าเลยครับ ส่วนถ้าเว็บไหนไม่ได้ระบุไว้ ก็ซัพไปครับ แต่ถ้าเป็นของเว็บนอก ส่วนใหญ่มันก็จะไม่บอกไว้นะครับว่าให้ภาษาไรบ้าง เราก็เนียนๆซัพไปครับ แต่ให้เขียนข้อมูลทุกอย่างเป็นภาษาอังกฎษนะครับผม ที่สำคัญไม่ว่าซัพที่ไหน อย่าไป spam เว็บเค้านะครับ แล้วก็ใส่ให้ตรงหมวดหมู่ด้วยครับ


- ปกติถ้าให้เลือก Submit Social Bookmark, Submit Directory, Submit Search Engine คนส่วนใหญ่จะเลือกอะไรกันครับ ถ้ามีเวลาให้ Submit เท่ากัน และทำไมครับ
อันนี้แล้วแต่เลยครับ ขึ้นอยู่กับความต้องการของแต่ละคน ตามที่บอกมาก่อนหน้านี้อะครับ ว่าแต่ละอย่างมันก็ส่งผลให้เราต่างกันครับ

- ถ้าเราไปซับแล้วเจ้าของเว็บไม่ Approve นี่เราจะได้อะไรบ้างครับ
ได้ครับ ได้ bot , BL , Traffic , อาจได้ Pr ครับ เพราะว่าเวลาซัพ มันจะไปอยู่ในหน้าเว็บมาใหม่ เราต้องลองเข้าไปดูอีกทีครับว่า เราได้ลิงค์ในหน้านี้แบบไหน dofollow หรือ nofollow เพราะแต่ละเว็บ ตั้งค่าไม่เหมือนกันครับ ถ้า dofollow เราก็จะได้ Pr ไปด้วย  แต่ผมคิดว่า พวกเว็บ Social Bookmark ไม่ค่อยได้หวัง Pr เท่าไหร่ครับ เพราะว่าแปปนึงเราก็ไปอยู่หน้าหลังๆที่ไม่มี Pr แล้วครับ มันจึงมีไว้สำหรับดันเว็บเราให้ขึ้นอย่างรวดเร็วในเวลาอันสั้นครับ เพราะถ้าเราซัพไป แล้วขึ้นหน้าแรก ถ้าเว็บนั้นมันมี Pr สูง แล้วบอทเข้ามาเจอเว็บเราตอนเราอยู่หน้าแรกพอดี เว็บเราก็จะถูกดันได้อย่างดีครับ ถ้าเกิดเราไม่ได้ถูก Approve แล้วไปอยู่หน้าเว็บมาใหม่ เราก็จะอดได้ในส่วนนี้ไป ยกเว้นซะว่าในหน้าเว็บมาใหม่นั้น มี Pr อยู่ก็จะช่วยดันให้เว็บเราได้ในระดับนึงครับ ซึ่งก็มีหลายเว็บอยู่ครับที่ในหน้าเว็บมาใหม่มี Prด้วย
อย่างที่หลายท่านในthaiseoboardบอกไว้อะครับ "การทำอันดับให้ขึ้นที่ดีๆนั้น ไม่ยาก แต่การที่จะรักษาอันดับนั้นให้อยู่นานๆนี่ยากกว่าครับ"

43
- ว่า Submit นี้ตกลงมันมีกี่แบบกันแน่ครับ ผมเห็นมีทั้ง Submit Social Bookmark,Submit Directory, Submit เว็บ Digg, Submit Search Engine และอาจมีอื่นอีก บลาๆ
ผมว่าหลักๆก็ประมาณนี้ครับ Submit Social Bookmark,Submit Directory,Submit Search Engine,Submit Feed,Submit ping และอื่นๆไม่รู้มีอีกป่าว  เว็บdigg ถือเป็นเว็บ Submit Social Bookmark ครับ

- เว็บ Digg กับ เว็บ Pligg อะไรพวกนี้ เหมือนกันมั้ยครับ ต่างกันยังไง
ในความรู้สึกส่วนตัวผม ผมว่า2อันนี้ไม่ค่อยต่างกันคับ

- การ Submit แต่ละแบบนี้มันดีหรือแตกต่างกันยังไงครับ ผมละงง
Submit Social Bookmark(Digg,Pligg) เหมาะกับการดันอันดับเร็วๆ เพราะเว็บพวกนี้เราจะได้ BL และบอทเร็วครับ ส่วนพวกนี้จะไม่ค่อยยังยืนเท่าไหร่มั้งคับ ช่วงแรกๆเราจะเห็นว่า ทำไมเราซับไปแต่เว็บเรากลับโดนเว็บ Social Bookmark แซงอันดับเราไป เรื่องนี้ไม่ต้องห่วงครับ เว็บเค้ามันแรงกว่า แต่ถึงยังไง เค้าเข้าเว็บ Social Bookmark เค้าก็เข้าเว็บเราต่ออยู่ดี แล้วพอเว็บเราเริ่มแข็งพอ เราก็จะทำอันดับ แซงเว็บพวกนี้ได้สบายๆครับ เพราะเว็บพวกนี้ส่วนใหญ่มาเร็วไปเร็วครับ อันดับดีเร็วแล้วก็ไม่นานก็ลงครับ
Submit Directory อันนี้ไม่เหมาะกับการเรียกบอทครับ แต่ว่ามันจะได้ BL ที่แข็งอยู่ครับ ติดทนนาน ค่อนข้างจะมีคุณภาพ แต่กว่าจะได้ก็นานหน่อย เพราะบอทกว่าจะเจอข้อมูลเว็บเราก็คงต้องใช้เวลานานหน่อย และก็จะได้ทราฟฟิกมาบ้างครับ แต่ถ้าเป็นเว็บที่ดังๆ ก็อาจจะมีโอกาสได้ทราฟฟิกเยอะหน่อย
Submit Search Engine ก็เป็นการเรียกบอทจาก Search Engine ให้มาเก็บเว็บเราไว้ในฐานข้อมูลของเค้าครับ
Submit Feed,Submit ping ส่วนใหญ่จะใช้ในการเรียกบอทนะครับ ส่วน Submit Feed บางเว็บเราอาจจะได้ทราฟฟิกบ้าง ก็ต้องแล้วแต่เว็บครับ

Submit Article(*Update 22/04/53*) อันนี้สำหรับท่านที่เขียนบทความขึ้นมาเองไม่ได้ก๊อปจากใครมา เวลาเราเขียนเสร็จ ก็ไปซัพบทความที่เราเขียนตามเว็บ Submit Article แล้วใส่ link เว็บเราเอาไว้ ตามกติกา พอมีคนเอาบทความเราไปใช้ เขาต้อง keep link ที่เราฝากไว้ในบทความด้วย คือต้องเอา link เราไปแปะที่เว็บด้วยนั่นแหละ วิธีนี้ทำให้เรามี Backlink เพิ่มขึ้น จากการที่มีคนนำบทความเราจากเว็บ Submit Article ไปใส่ไว้ในเว็บเค้า ข้อดีก็คือว่า ส่วนใหญ่คนที่นำบทความเราไปแปะไว้ เว็บเค้าก็จะมีเนื้อหาคล้ายๆกับเว็บเรา ทำให้เราได้ BL ที่มีคุณภาพ ทำให้ดันอันดับเว็บเราดีขึ้นไปอีก โดยที่เราไม่ต้องทำอะไรเลย แค่เอาบทความไปซัพที่เว็บ Submit Article ที่เหลือก็อยู่ที่ว่าบทความเรามีความน่าสนใจมากน้อยแค่ไหน

- การ Submit พวกนี้เราต้องสมัครสมาชิกก่อนจะส่งเรื่องตลอดเลยใช่มั้ยครับ แล้วค่า Page Rank ของ Web submit มีผลหรือเปล่าครับ เช่น เว็บที่มี Pr6 ก็ได้ Bl ดีกว่าเว็บ Pr3 อันนี้เกี่ยวมั้ยครับ
เว็บSubmitนึงก็สมัครแค่ครั้งนึงครับ แต่จะส่งได้กี่เรื่องต่อวันขึ้นอยู่กับเงื่อนไขเว็บนั้น
ค่า Page Rank มีผลครับ ถ้าค่า pr ยิ่งสูง ก็ยิ่งมีความน่าเชื่อถือในสายตาgoogle ก็ยิ่งดันเว็บเราได้ดีขึ้นคับ(แต่มันจะดันเว็บของเค้าขึ้นก่อนนะครับ เว็บเราถึงค่อยขึ้นตามมาทีหลัง อันนี้สำหรับเว็บ Bookmark ที่ Pr สูงๆ แล้วบอทตรึมๆและเว็บเราเพิ่งมาใหม่นะครับ)


- การ Submit ที่จะต้องรอ Approve คือ Submit แบบไหนบ้างครับ หรือต้องรอหมด
แล้วแต่เว็บครับ บางเว็บก็ต้องรอ บางเว็บก็ Auto Approveไม่ต้องรอ

- เว็บ Submit ต่างประเทศ จะไม่รับเว็บไทยใช่มั้ยครับ หรือต้องดูแต่ละเว็บ แล้วถ้าเราไป submit เว็บต่างประเทศ ตอนกรอกพวก Keyword, Title อื่นๆ จะต้องเป็นภาษาอังกฤษด้วยไหมครับ หรือว่าภาษาไทยก็ได้
- บางเว็บ submit รับเว็บที่เป็นภาษาอังกฤษ แบบนี้ตอนเรากรอกรายละเอียดตอนลงประกาศ ก็ต้องอังกฤษด้วยใ่ช่มั้ยครับ ใ้ช้ไทยไม่ได้
บางเว็บอาจแอบเนียนได้ครับ แต่ไม่รู้เว็บไหนครับ เนื้อหาที่ไปซับก็ต้องเป็นภาษาอังกฤษหมดครับ

- การ Submit เป็นการหา Bl และ Traffic อีกทางหนึ่งใช่มั้ยครับ มีอะไรดีนอกจากนี้รึเปล่า
ใช่ครับ ช่วยเรียก botด้วยครับ

- การ Submit แบบไหนครับที่ต้องใช้มืออย่างเดียว แบบไม่มีโปรแกรมช่วยนะครับ อยากรู้ครับ
อันนี้ต้องลองศึกษาเองนะครับ มีอยู่แล้วครับโปรแกรมช่วยซัพ มีทั้งautoซัพให้เองเลย หรือเป็นแค่formที่เราเตรียมไว้แล้ว เวลาเข้าเว็บ submit มันก็จะกรอกรายละเอียดตามที่เรากำหนดไว้ให้เรียบร้อยเลย เราก็มาลองตรวจทานอีกทีแล้วเป็นคนกดsubmitเองครับ ถ้าเป็น auto แบบแรกส่วนใหญ่จะมีปัญหาตรงที่มันสุ่มเลือกหมวดหมู่ให้เองครับ ทำให้มีปัญหาหมวดหมู่ไม่ตรง ผลเสียก็จะมีตามมาครับ เช่น Google อาจเห็นเนื้อหาไม่ตรงหมวดหมู่ อันดับเราก็จะไม่ค่อยขึ้นครับ หรือถ้าadminของเว็บsubmitนั้นตรวจสอบเจอ ก็อาจโดนลบได้ครับผม ทางที่ดีถ้ามีเวลาว่างก็ซับด้วยมือครับ คุณภาพที่สุดแล้ว



44
การวิจัยตลาด ก่อนที่เราจะขายอะไรสักอย่าง เราก็ต้องดูก่อนใช่มั๊ยครับว่า ของที่เราจะขาย มันขายดีรึเปล่า ตอนนี้ความต้องการสินค้าในตลาดมีมากรึเปล่า

ยกตัวอย่างให้ดูกันครับ อันนี้เอามาจากชีวิตจริงครับ
ที่ โรงงานแห่งนึง(ไม่ขอเอ่ยชื่อครับ) ส่วนมากโรงงานก็จะมีสาวโรงงานซะส่วนมาก และลองนึกดูนะครับว่า สิ่งที่จำเป็นมากๆ สำหรับผู้หญิงทุกคนคืออะไร ติ๊กต๊อก ติ๊กต๊อก ติ๊กต๊อก
1. แป้งทาหน้า(นิสัยผู้หญิง ต้องสวยไว้ก่อน)
2. เครื่องสำอางค์
3. ผลไม้(นิสัยผู้หญิงชอบกินอะไรจุกจิกมากกว่าผู้ชาย)
4. แล้วก็อะไรอีกมากมาย ที่ผู้หญิงจำเป็น เช่น ผ้าอนามัย

แต่ว่าที่ขายดีมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ(ย้ำครับว่ามากๆๆๆๆๆๆๆๆ) และแทบจะหาของไม่ทันด้วย แถมไม่มีคู่แข่งมาแย่งขายอีก เพราะมีแต่คนคาดไม่ถึง และไม่มีคนคิดอยากจะขายด้วย สินค้าตัวนี้ มีความต้องการสูงมาก เพราะจำเป็นสำหรับผู้หญิง ผู้หญิงทุกคนต้องซื้อ ไม่ต่างอะไรกับน้ำมันเลยทีเดียว ราคาแพงแค่ไหนก็ต้องซื้อ แถมขายได้ตลอดเวลา ไม่บูดเน่า ไม่เสีย ให้ทายครับว่ามันคืออะไร
.
.
.
.
.
.
มันคือ ผ้าอนามัย ครับ

ผู้หญิงคนไหนบ้างไม่เป็นประจำเดือน (ยกเว้นคนท้อง และคนแก่ที่หมดประจำเดือนแล้ว แต่ในโรงงานก็คงจะไม่ค่อยได้เห็นกัน) แถมไม่ค่อยมีคนอยากจะขายอีกต่างหาก ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม เพราะฉนั้น คู่แข่งน้อยอีกต่างหาก แล้วก็ขายดีอีกต่างหาก

ต่อไปเราก็ต้องดูว่า คู่แข่งในตลาดของเราเป็นยังไง
ขอบคุณสำหรับคำถามที่สองครับ... อันนี้ถ้าใครดูหรือว่าชอบเกี่ยวกับพวกการตลาด หรือว่าดูรายการทีวีพวก Money Chanel บ่อยๆก็คงจะเคยได้ยินคำว่า "Niche Market"

Niche Market คืออะไร มันก็คือ ตลาดที่มีคู่แข่งน้อย แต่มีความต้องการในตัวสินค้าหรือบริการมาก สำหรับตอนนี้ตลาดที่ Niche ของโลกก็คือ "ผลิตภัณฑ์เกษตรที่ไม่พึ่งพาสารเคมี" อันนี้กำลังเป็นที่ต้องการของตลาดมากๆครับ เพราะว่ายุดใหม่ๆนี่คนเราหันมาให้ความสำคัญกับสุขภาพมากขึ้น (เคยมีคำกล่าวที่ว่า "เสียเงินนั้นเป็นเรื่องใหญ่อย่างยิ่ง แต่เสียชื่อเสียงล่ะก็ คุณจะหาเงินได้ยากขึ้น แต่ถ้าคุณเสียสุขภาพ คุณจะไม่มีโอกาสที่จะมีทั้งเงินและชื่อเสียงเลย")

และสินค้าผลิตภัณฑ์เกษตรที่ไม่พึ่งพาสารเคมี ตอนนี้มีน้อยมาก แต่คนต้องการเยอะ เพราะว่าหลายๆประเทศไปให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีมากกว่าการเกษตร จึงไม่ค่อยมีพื้นที่เพาะปลูกเท่าไหร่ และประเทศที่มีศักยภาพในการเพาะปลูกสูงในโลก ก็มีน้อย (ประเทศไทยก็เป็นหนึ่งในประเทศที่มีศักยภาพทางการเพาะปลูกสูง แต่ไม่รู้ว่าท่านผู้บริหารประเทศกำลังทำอะไรกันอยู่ ถึงไม่ให้ความสำคัญ)

ส่วนเรื่องราคาน่ะเหรอ "ผลิตภัณฑ์เกษตรที่ไม่พึ่งพาสารเคมี" แพงกว่าสินค้าเกษตรที่พึ่งสารเคมีประมาณ 1 เท่าตัวเลยทีเดียว(อันนี้ผมจำไม่ได้ครับ ถ้าผิดขออภัย)

เป็นยังไงบ้างครับ พอจะมองการวิจัยตลาดออกรึยังครับ

เมื่อเรารู้แล้วว่าเราจะขายอะไร คู่แข่งเป็นอย่างไร แต่อย่าลืมว่าธุรกิจแต่ละประเภท มีรายละเอียดปลีกย่อยไม่เหมือนกัน
ลองยกตัวอย่างง่ายๆครับ "ทำไมก๋วยเตี๋ยวแต่ละร้าน ขายดีไม่เหมือนกัน ทั้งๆที่มันก็เป็นก๋วยเตี๋ยวเหมือนกัน" นั่นเป็นเพราะอะไร ก็เพราะรายละเอียดปลีกย่อยๆเล็กๆน้อยๆไงครับ

หลายๆคนคิดว่า อ๋อ แค่ขายก๋วยเตี๋ยวก็มีแค่ เตรียมน้ำซุป แล้วก็ซื้อเส้นมา เอาไว้ลวก แล้วก็หาลูกชิ้นๆอร่อยๆเอาไว้ก็แค่นั้นเอง

ลองคิดดูนะครับว่า ถ้ามันเป็นแบบที่ผมกล่าวไว้ข้างบน ทำไมจะต้องมีคนไปเสียเงินซื้อสูตรการทำก๋วยเตี๋ยวแพงๆ ทั้งๆที่วิธีการทำ ไปหาหนังสืออ่านเอาก็ได้

และนี่ก็เป็นที่มาของ เทคนิค รายละเอียดปลีกย่อย ที่ผมรวบรวมมาไว้ให้เพื่อนๆได้อ่านกันครับ

สุดยอดเทคนิคการทำ Affiliate ให้สำเร็จ

1. พยายามใส่ Keywords ไว้ในตัวโฆษณา - เราจะต้องแสดงให้กับผู้ที่ค้นหารู้ว่าตัวโฆษณาของเรานั้นสัมพันธ์กันกับสิ่งที่เค้ากำลังค้นหาอยู่ โดยใส่ Keywords ไว้ในตัวโฆษณาของเราด้วย เพราะว่าทาง Google จะแสดงคีย์เวิร์ดนั้นเป็นตัวหนา แล้วก็จะทำให้ตัวโฆษณาของเราเด่นกว่าของคนอื่นครับ

2. ใช้ Keywords ในแต่ละ Group ไม่มาก - การที่เราใช้ Ad Group แค่ตัวเดียวโดยที่มี Keywords เยอะๆประมาณ 1,000 – 2,000 ตัว ไม่เป็นการดีครับ เพราะว่ามันจะทำให้เรามี CTR ที่ต่ำ แล้วก็จะยากต่อการกำหนดกลุ่มเป้าหมาย ทางที่ดีควรจะแยก Keywords ที่คล้ายๆกันอยู่ในกลุ่มเดียวกัน และถ้าหากทำแบบนี้แล้วก็จะสามารถทำตามเทคนิคข้อที่ 1 ได้ด้วยครับ (อันนี้อาจจะแย้งกับแนวคิดของคุณ ASIRAM  แต่ก็แล้วแต่เทคนิคของแต่ละคนนะครับ)

3. ใส่ Bid ในตอนเริ่มโฆษณาให้สูงๆ - เนื่องจากว่าทาง Google นั้นจะจัดอันดับโฆษณาจากราคา Bid และ CTR การที่จะทำให้ CTR ของเราสูงขึ้นจะต้องใส่ราคา Bid ในตอนเริ่มทดลองสินค้าตัวใหม่ให้สูงๆก่อน เพื่อที่จะให้โฆษณาของเราอยู่อันดับ 1 – 8 จากนั้น CTR ของเราจะสูงขึ้นแล้วก็ CPC ของเราจะลดต่ำลงเองครับ

4. ตั้งอัตราค่าโฆษณาต่อวันให้สูงกว่าที่ทาง Google แนะนำ - ถ้าเราตั้งค่าโฆษณาต่อวันน้อยเกินไป โฆษณาของเราอาจจะแสดงไม่ตลอดทั้งวัน และแน่นอนครับเมื่อลูกค้าที่กำลังต้องการสินค้าที่เราขายอยู่เข้ามาแล้วไม่เจอโฆษณาของเรา เราก็จะเสียโอกาสนี้ไป วิธีการลดปริมาณการคลิกจากกลุ่มคนที่ไม่ต้องการซื้อของจริงๆ ก็ให้เราใช้ Nagative Keywords , Exact Matches, และกำหนดประเทศในการแสดงโฆษณา

5. หลีกเลี่ยง Keywords ที่มีการแข่งขันสูง - อย่าเสียเงินโดยใช่เหตุโดยการใส่ Bid สูงๆกับ Keywords ที่มีการแข่งขันกันเยอะ ให้เราหา Keywords ที่มีคนค้นหาน้อย แต่หลายๆ Keywords ดีกว่าครับ เพราะว่า Keywords ที่มีคนค้นหาน้อยแต่ว่าหลายตัว ก็จะเท่ากับหรือมากกว่า Keywords ที่มีคนค้นหาเยอะแค่คำเดียว แถมยังมีราคา Bid ถูกมากๆครับ

6. ตั้งราคา Bid ใน Exact Matches Keywords ให้สูงกว่า Keywords แบบอื่น - ให้เราใช้ Exact Matches Keywords ร่วมด้วยกับ Matches แบบอื่นๆ แล้วก็ตั้งราคา Bid ให้สูงกว่าแบบอื่นเล็กน้อย เพราะว่า Google จะให้ความสำคัญกับ Exact Matches Keywords มากกว่า Matches แบบอื่นใน Keywords เดียวกัน เช่นใน group หนึ่งเราตั้งราคา Bid ไว้ที่ 0.10 เราก็กำหนดให้ Bid ของ Exact Matches Keywords เป็น 0.25

ตัวอย่าง
[online casino] ** 0.25
“online casino”

7. ใช้ Negative Keywords - ad-copy ของเราจะไม่แสดงถ้าเกิดว่าการค้นการมี Negative Keywords อยู่ด้วย ให้เราใส่ Negative Keywords ไปด้วย เพราะว่ายิ่งมี Negative Keywords มากเท่าไหร่ CTR ของเราก็จะยิ่งเพิ่มมากขั้นไปด้วย เป็นการประหยัดเงิน แล้วก็ทำให้ตำแหน่งโฆษณาของเราสูงขึ้นด้วย ตัวอย่างเช่นสินค้าของเรานั้นเป็นแบบ premium ก็ให้เราใส่ Negative Keywords ที่ไม่เกี่ยวกับ premium ไว้ด้วย

ตัวอย่าง
[premium web hosting] ** 0.25
“premium web hosting”
-free
-cheap
-discount

8. ใช้ Landing Pages ให้สัมพันธ์กับสินค้า - เพราะว่าถ้าหากลูกค้าคลิกที่โฆษณาแล้วไปที่หน้าที่ขายสินค้าทันที ก็จะทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อสินค้าได้ง่าย อย่าลืมนะครับว่าลูกค้าของเรามีเวลาไม่มากในการค้นหา ถ้าเค้าเจอเว็บที่ไม่เกี่ยวข้องกับความต้องการของเค้า เค้าก็จะปิดเว็บนั้นไป เราก็จะเสียโอกาส สำหรับเทคนิคการทำ Landing Pages ให้มียอดขายสูงดูที่นี่ครับ http://www.seo.in.th/webboard/index.php?showtopic=4846

9. แยกการค้นหาแบบ Search และ Content Campaigns - มีหลายๆคนที่เสียเงินโดยใช่เหตุ เพราะว่าไม่ได้แยกการค้นหาแบบ Search และ Content ส่วนมากเราจะไม่รู้และไม่สังเกตุว่า Google นั้นจะให้โฆษณาของเราไปปรากฏที่ Google Content Network ด้วย เราจะต้องปิดบริการตัวนี้หรือว่าแยกเอาไว้เป็น 2 ส่วน

10. ใช้ Ad หลายๆแผ่นแล้วนำมาเปรีบเทียบ (เทคนิค Split) - Google นั้นให้เราสร้างตัวโฆษณาหลายๆแผ่นใน Ad เดียวกันได้ ให้เราสร้างตัวโฆษณามาอย่างน้อย 2 แผ่นเพื่อที่จะได้เปรียบเทียบว่าแผ่นไหนดีกว่ากัน โดยสังเกตุจาก CTR ถ้าโฆษณาแผ่นไหนไม่ดีก็ให้ลบทิ้งแล้วก็สร้างใหม่ อาจจะแค่สลับบรรทัดหรือเปลี่ยนคำเป็นบางคำก็ได้

11. อย่าลืมใช้การ Tracking - เพราะว่าเราจะได้รู้ว่า คีย์เวิร์ดตัวไหน ที่ทำกำไรให้กับเรา และคีย์เวิร์ดตัวไหน ที่ไม่ทำกำไรให้เรา ก็ตัดทิ้งไปได้เลย ไม่ต้องเสียดาย มันจะทำให้เราเสียเงินเปล่าๆ

12. ใส่คำที่กระตุ้นให้อยากคลิกไว้ใน Headline - ให้เราเริ่มต้นด้วยคำที่กระตุ้นให้อยากคลิกเข้าไปดูเช่น “Free:, New:, Sale:, ect” แต่เราต้องเช็คด้วยว่าคำที่เราใช้นั้นทาง Google อนุญาตรึเปล่า

13. ใส่คำที่กระตุ้นให้อยากคลิกไว้ในตัวโฆษณา - ให้เราใส่คำที่ดูแล้วน่าคลิกเข้าไปเช่น “free, cheap, sale, special offer, time limited offer, tricks, you, tips, enhance, discover, fact, learn, at last, free shipping, ect.

ตัวอย่าง
* Buy Today – Save 50%
* Download Free Trial Now
* Sale Ends Tomorrow

14. ใส่คำที่ดูแล้วดูดีกว่าคู่แข่งคนอื่น - อะไรที่จะทำให้สินค้าของเราดูดีกว่าหรือแตกต่างจากคู่แข่ง ให้เราใส่ไปในข้อความโฆษณาด้วย ตัวอย่างเช่นเว็บไซต์ Amazon.com จะเขียนข้อความไว้ในบรรทัดแรกว่า “Earth’s Biggest Bookstore” นี่เป็นคำที่ดูแล้วน่าเข้าไปดูในเว็บไซต์มาก เพราะเค้าบอกว่า Amazon.com นั้นเป็นร้านหนังสือที่ใหญ่ที่สุดในโลก

15. เอาคำที่ไม่มีประโยชน์ออก – ตัวอย่างเช่น “a, an, in, on, it, of” อย่าใส่คำพวกนี้ลงไปในตัวโฆษณา เพราะจะทำให้สิ้นเปลืองคำเปล่าๆ

16. ใส่ราคาลงไปในตัวโฆษณาด้วย – อันนี้จะเหมาะสำหรับคนที่มีงบน้อย แต่มันจะทำให้ CTR เราต่ำ แต่ผลที่ออกมาดีก็คือ เราจะมี Conversion ที่สูงขึ้น เพราะว่าจะทำให้คนที่ไม่มีศักยภาพในการซื้อไม่คลิกที่ตัวโฆษณาของเรา

17. ขึ้นต้นตัวอักษรด้วยตัวใหญ่เสมอ - ไม่น่าเชื่อใช่มั๊ยครับว่า แค่เปลี่ยนตัวอักษรตัวแรกเป็นตัวใหญ่จะทำให้ CTR เพิ่มขึ้นได้ ถ้าอย่างนั้นก็ลองกลับไปทำดูนะครับ ทั้งใน Headline, Ad-Text, Display URL

นี่เป็นตัวอย่างของ ad-copy ที่ได้ CTR 6.2% ครับ
How To Blog For Profit
Get 33 Great Ideas To Profit From
Blog Quickly, Easily - Today!
BlogProfits.com/special-offer.htm

18. เพิ่มคำว่า Free / Special / Trial ลงไปใน Display URL ด้วย - มันจะทำให้ดูเหมือนว่าหน้าเพจที่ผู้ค้นหากำลังจะคลิกเข้าไปนั้นพิเศษจริงๆ แล้วสุดท้ายก็คลิก

ใน Display URL ดูเหมือนว่าให้คลิกเข้าไปแล้วเจอหน้าที่เป็น Free Trial ครับ
Get Fresh Website Content
Instant Content For Your Website
To Use Any Way You Like. Only $7
InstantNicheNews.com/FreeTrial

19. ตัด "www" ใน Display URL ออก - จะได้มีพื้นที่เพิ่มในการทำตามข้อ 18

20. ใช้ Dynamic Keywords - สำหรับข้อนี้ให้ดูที่นี่ครับ http://www.seo.in.th/webboard/index.php?showtopic=4825

ตัวอย่าง
{KeyWord}
Get 33 Hot Ideas You Can Use Now
To Profit From Blogs - Fast. Easy.
www.BlogProfits.com/spl-offer.htm

{KeyWord}
41 Quick Ideas To Turn Your Blog &
RSS Feeds Into Money Makers -Easy
www.RSS-Marketing.com/Profits

21. เปลี่ยนคำแค่คำเดียวระหว่างการทดสอบ Split Test - ถ้าคุณเปลี่ยนคำใน ad-copy หลายๆคำพร้อมกันในระหว่างการทดสอบ จะทำให้คุณไม่รู้ว่าจริงๆแล้วคำที่กระตุ้นให้ผู้ใช้คลิกที่โฆษณานั้นคือคำไหน เช่นโฆษณาตัวนี้เปลี่ยนแค่คำเดียว ทำให้ CTR เพิ่มขึ้นมา 1 เท่าตัวเลยทีเดียว

ad-copy ตัวนี้ CTR = 0.4% ต้นทุนต่อคลิกอยู่ที่ $0.05
How To Be Charismatic
Dazzle Your Friends. Be The Center
Of Attention. Easy 8 Step Guide
www.EzineMarketingCenter.com/charm

ad-copy ตัวนี้ CTR = 0.2% ต้นทุนต่อคลิกอยู่ที่ $0.05
How To Be Appealing
Dazzle Your Friends. Be The Center
Of Attention. Easy 8 Step Guide
www.EzineMarketingCenter.com/charm

22. ใช้ชื่อเว็บไซต์ของคู่แข่งมาทำเป็นคีย์เวิร์ด - ชื่อเวปไซด์ที่เป็นคู่แข่งกับเวปไซด์ที่เรากำการโฆษณาและมีtraffic ดีๆครับ เนื่องจากเค้าขายสินค้าเหมือนเราและมีคนรู้จักเยอะเป็นที่นิยมสูงทำให้ชื่อเวปไซด์ขอ
งเค้ามีคนค้นหาเยอะครับ และ เทรดมาร์คต่างๆที่มีคนค้นหาจำนวนมาก


ที่มา:whitebmw
http://m.thaiseoboard.com/index.php?topic=14517.msg%msg_id%

45
วิธีเช็คไวรัสวิธีที่หนึ่ง
วิธีเช็คขั้นพื้นฐานนั้นใช้ Process Explorer ครับ  แล้วลองดูรูปที่มีโปรเซสไวรัสดูนะครับ (มีไวรัสทั้ง5รูปเลยครับ)











วิธีสังกต คือโปรเซสไวรัสส่วนมาก มักจะไม่มีไอคอนเป็นของตัวเอง จะมีเป็นสีขาวหรือเป็นรูปโฟลเดอร์ซะเป็นส่วนมาก จะไม่มี company name หรือ
desscliption name บอก หรือมีแถบสีชมพู(ม่วงๆ)คลุมอยู่
(รูปที่สองนั้น wscript นั้นไม่ใช่ไวรัสนะครับ เป็นไฟล์ของ windows ครับ แต่โดนไวรัสยืมมาใช้ครับ
วิธีแก้ไวรัสประเภทนี้ต้องลบคำสั่งที่สั่งให้ไวรัสทำงานครับ)
 

วิธีเช็คแบบที่สอง
จะละเอียดกว่าวิธีที่หนึ่งเพราะว่าวิธีเช็ควิธีแรกนั้นจะเช็คเห็นไวรัสที่นามสกุล .exe .bat .com. vbs เท่านั้นครับ
วิธีที่สองนั้น จะเช็คได้ทั้งหมดครับ ครอบคลุมถึงนามสกุล .dll ด้วยครับ เพราะว่าไวรัสประมาณว่า มีลิ้งค์โฆษณาเด้งขึ้นมา
หรือ ไวรัสจำพวกหลอกว่าเครื่องเราติดไวรัส
เมื่อติดตั้งแล้วเปิดโปรแกรมขึ้นมา แล้วสังเกตดูรูปตามตัวอย่างครับ



หมายเหตุในรูปนี้มี service Pack3 Messages อยู่ ขอแจ้งว่าไม่ใช่ไวรัสนะครับ ห้ามทำอะไรกับไฟล์นี้เด็ดขาดครับ ไฟล์บนสุดไฟล์เดียวครับคือไวรัส







ตามตัวอย่างรูปที่เห็นข้างบน คือตัวอย่างเมื่อมีไวรัสทำงานอยู่ สังเกตว่า
ชื่อไวรัสมันจะแปลกๆ
Rating จะสูง(ตัวเลขที่มีสีแดงคลุมอยู่) แล้วก็มักอยู่บนสุดครับ
ช่อง Title,Description ก็จะว่างๆไม่บอกว่าใครคือเจ้าของ
หากมั่นใจว่าเป็นไวรัส ก็ คลิกขวา Remove..   del แล้วเลือก Move To quarantine กด OK  แล้วลองรีสตาร์ท ดูเมื่อเปิดขึ้นมาใหม่ดูว่าหายหรือไม่
หากเราทำผิดตัว ทำไปแล้วโปรแกรมเราเออเร่อ เราก็กู้คืนได้ครับ โดยไฟล์ที่เรา Remove..   del ไปเมื่อกี๊จะถูกนำไปกักไว้ครับ ยังไม่ถูกลบครับ
วิธีกู้คืนก็คลิกปุ่มเมนูข้างบนโปรแกรม ปุ่ม Quarantine ครับ แล้วจะเห็นไฟล์ที่เราRemove..   del ไปเมื่อกี๊ครับหากต้องการกู้ก็คลิก restore
หรือหากเป็นไวรัสแน่นอนก็คลิก Delete เลยครับ
ครั้งก่อนเจอไวรัสตัวนึง ทำให้ svchost.exe กิน process 100%
ใน windows\temp มี 2 ไฟล์ที่เห็นได้ว่าหลอก ก็คือ svchost.exe กับ wuauclt.exe
เล่นไม่ยาก ลบ windows\temp ก่อน
สร้าง windows\temp ใหม่ ด้วยคำสั่ง
md c:\windows\tempสร้างโฟลเดอร์ 2 ชื่อนี้ขึ้นมาเลยครับ
md c:\windows\temp\svchost.exe
md c:\windows\temp\wuauclt.exe
ไวรัส ทำงานไม่ได้เพราะ โดนแย่งที่อยู่ซะแล้ว


ที่มา:webphand.com

หน้า: 1 2 [3] 4 5 ... 9
anything