แสดงกระทู้ - wizard
- +



ของในห้องแจกของแจกฟรีทุกชิ้น

^ประกาศ pordoo.com คือเว็บสำหรับแจกสิ่งของ สมาชิกสะสมพอยท์ภายในเว็บเพื่อนำไปแลกของรางวัลที่ต้องการ
พอยท์ได้มาจากไหนบ้าง?
1.สมัครสมาชิกรับ 100 พอยท์
2.กดรับจากAdmin สัปดาห์ละ 100 พอยท์
3.สมาชิกคนอื่นกดให้พอยท์ (กดที่กล่องของขวัญ)
แจก 2,000 พอยท์ทุกสัปดาห์ รอบ17 คลิ้กเลย

แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - wizard

หน้า: 1 [2] 3 4 ... 9
16
Facebook เป็นที่ที่เราเก็บความทรงจำเอาไว้มหาศาล โดยเฉพาะภาพถ่ายที่เก็บความทรงจำอันประเมินค่าไม่ได้ แต่มันคงจะไม่ดีแน่ถ้าภาพถ่ายแสนสำคัญของเราต้องหายไปไม่ว่าจะเพราะอะไรก็ตาม และ Facebook ก็ได้เพิ่มฟีเจอร์ในการดาวน์โหลดภาพของตัวเราเองทั้งหมดมาเก็บเอาไว้ โดยไม่ต้องลงแอปอะไรให้วุ่นวายอีกแล้ว
main
สำรองไว้อุ่นใจกว่า
กลัวภาพใน Facebook หาย ? โหลดเก็บไว้อีกชุดดีกว่าไหม ? 1.ไปที่ลูกศรชี้ลงมุมบนขวา แล้วเลือก Setting
facebook 01
 
 
2.ที่แทป General (ทั่วไป) เลือก Download a copy ด้านล่าง
facebook 02
 
 
3.เลือก Start My Archive เพื่อยืนยันการสำรองข้อมูลทั้งหมด
 อันที่จริง Facebook จะให้เราเซฟเก็บทั้งภาพ โพส ข้อความ ฯลฯ เลยทีเดียว
facebook 03
 
4.ใส่พาสเวิร์ดอีกครั้งเพื่อยืนยันว่าเป็นเจ้าของเฟซนี้จริงๆ
facebook 04
 
5.กด Okay แล้วรอเวลาที่ Facebook พร้อมให้เราดาวน์โหลด เค้าจะแจ้งเตือนเราทาง e-mail
 facebook 05
จากนั้นถ้ามีอีเมล์แจ้งเตือนมา เราก็สามารถโหลดทุกอย่างเก็บเอาไว้ได้ทันทีครับ


ที่มา: https://tech.mthai.com/tips-technic/46267.html





17
ความเป็นส่วนตัวใน Facebook เป็นเรื่องที่ทุกคนหวงแหนและไม่อยากให้ใครมายุ่งเกี่ยว การที่มีคนแอบล้อกอิน facebook อาจเป็นเรื่องคอขาดบาดตายได้ ไม่ว่า Facebook นั้นถูกใช้ในการทำงานหรือเรื่องส่วนตัว และนี่คือวิธีการตั้งให้ เวลามีใครแอบล้อกอินเข้า Facebook เรา Facebook เตือน เราได้ทันที จะได้ไม่ต้องอ้างว่าถูกแฮกเฟซบุ๊คโดยไม่รู้ตัว
*อัพเดทเพิ่มเติม* ป้องกันคนเล่น Facebook เราด้วยระบบยืนยันตนผ่านมือถือ!
 วิธีตั้งค่า Facebook : ใครแอบเข้าใช้ Facebook เตือน เราทันที 1.ไปที่เมนูลูกศรชี้ลงมุมขวาบน เลือก > Setting
facebook เตือน 1
 
2.เลือก > Security (ความปลอดภัย)
facebook เตือน 2
3.เลือกวิธีการให้ Facebook แจ้งเตือนเวลามีคนล้อกอินเฟซเราจากเครื่องหรือเบราเซอร์ที่เราไม่เคยใช้
Notification คือ เตือนใน Facebook ของเราเลย
  Email คือส่งเมล์มาแจ้งเตือน
  Text Message คือส่งข้อความมาเตือนในโทรศัพท์(ต้องลงทะเบียนมือถือ)
 

 เสร็จแล้วก็กด Save Changes ได้เลย
facebook เตือน 3
เพียงเท่านี้ เราก็จะรู้ได้ทันทีว่ามีคนแอบเอาไอดี พาสเวิร์ดของเราไปใช้งานหรือเปล่า แต่ในกรณีที่เครื่องเราเองโดนแอบใช้งาน เช่น ลืมล้อกเอ้าท์เวลาลงไปทานข้าว วิธีการนี้ก็ช่วยแจ้งเตือนไม่ได้นะครับ เพราะมันถือว่าเครื่องนั้นเป็นเครื่องที่เราใช้งานเป็นประจำ


ที่มา: https://tech.mthai.com/mobile-tablet/45821.html

18
1.การแก้ปัญหาที่ให้ก็อปข้อความ(แบบด้านล่าง) แล้วกดมีประโยชน์เยอะๆ
 ไม่มีหลักฐานยืนยันว่าสามารถช่วยได้ บอร์ดเมืองนอกก็ไม่มีวิธีแบบนี้บอกไว้

วิธีแก้ไข กับปัญหาที่เกิดขึ้นกับ facebook ของคุณ มีดังนี้

 1.เปิด facebook ของคุณ แล้วไปที่คำว่า “วิธีใช้”
 2.เลื่อนไปคลิกที่ “เว็บบอร์ดชุมชน”
 3.เลือกไปที่หัวข้อไหนก้อได้ที่ขึ้นมา เช่น “แชท”
 4.เลือกคำถามของเพื่อนที่ขึ้นมาบนหน้าจอ
 5.เลื่อนลงไปที่ช่อง “เพิ่มคำตอบ”
 6.แล้วช่วยตอบคำถามให้เพื่อน(โดย coppy ข้อความที่อ่านตอนนี้)
 7.ช่วยกันกดที่ “มีประโยชน์” ใต้ข้อความของเพื่อน และเลือกให้เป็นคำตอบที่ดีที่สุด(marked as best)
 จะช่วยปลดบล็อคได้
 8.ทำแบบนี้วันละหลายๆครั้ง จะช่วยให้ facebook ปลดบล็อคได้
 ก๊อปข้อความเรา แล้วเอาไปโพสที่เม้นคนอื่น
 
ช่วยกันกดคำว่า”เป็นประโยชน์” ให้กันและกัน.. ระบบมันจะปลดล็อค

2.การปลดแบนต้องชี้แจงไปยัง Facebook เพื่อให้เค้าดำเนินการให้เท่านั้น วิธีการอื่นไม่มีประโยชน์
3.ต้องชี้แจงไปยัง Facebook ว่า บัญชีของเราถูกระงับไปด้วยความเข้่าใจผิด เช่น สาวฝรั่งคนหนึ่งนั่งกอดเข่าแล้ว Facebook เข้าใจว่าเป็นภาพเปลือยหน้าอกเลยแบนซะ(ฮา) เคสนี้ได้ข่าวว่า โดนปลดแบนในเวลาต่อมา
4.ระลึกไว้เสมอว่า ถ้าทำผิดจริง Facebook จะไม่ยอมปลดแบนให้เด็ดขาด
5,การกรอกแบบฟอร์มเพื่อดำเนินเรื่องปลดแบนสามารถทำได้ที่ https://www.facebook.com/help/contact/260749603972907
 ไ
ม่มีช่องทางอื่นอีกแล้วในการติดต่อ Facebook เรื่องปลดแบน
6.เนื้อหาของเอกสารที่ต้องกรอกมีเพียงคนที่โดนแบนเท่านั้นที่สามารถมองเห็นได้
 ต้องเข้าลิ้งค์ด้วยไอดี Facebook ที่โดนแบนเท่านั้น ถ้าไอดียังปกติแบบผมจะมองไม่เห็น
 แน่นอนว่าทีมงานใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก ก่อนจะกรอกข้อมูลชี้แจง
 ควรหาเพื่อนที่เก่งภาษามาแนะนำการกรอกข้อมูลด้วย
7.หลังจากแจ้งเรื่องไปแล้ว ทีนี้ก็รอเวลาว่าเคสของเราจะได้รับการปลดแบนหรือไม่ต่อไป




ที่มา: https://tech.mthai.com/tips-technic/45270.html

19
5 ข้อห้ามเด็ดขาดบน FB! ทำแล้ว โดน Facebook แบน สถานเดียว!
1.มีพฤติกรรมที่ไม่ได้รับอนุญาตอย่างต่อเนื่องหลังจากได้รับคำเตือนหลายครั้งจาก Facebook

ใครที่ชอบโพสรูปโป๊เปลือยบ่อยๆต้องระวังข้อนี้เป็นพิเศษ พวกรูปแนวเซ็กซี่เห็นหน้าอกไม่ผิด แต่ถ้าเริ่มลามไปถึงหัวนม หรือ อวัยวะเพศ แล้วมีคนแจ้งรีพอร์ทไป ก็มีความสุ่มเสี่ยงมากขึ้นที่จะโดนครับ ทั้งนี้ถ้าไม่เกินไป Facebook ก็จะเตือนเบาะๆก่อนด้วยการแบนไม่กี่วัน แต่ถ้าโดนหลายรอบก็ปลิวถาวร
2.ติดต่อกับบุคคลอื่นโดยมีจุดประสงค์เพื่อก่อกวน โฆษณา โปรโมท ชวนออกเดท
 หรือการกระทำอื่นๆ ที่ไม่เหมาะสม
ไปตื้อสาวบ่อยๆ โฆษณาขายของ ขู่ฆ่า หรือด่าทออย่างรุนแรงนับรวมเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมหมดครับ พวกแนวขู่ฆ่าหรือเหยียดอีกฝ่ายอย่างรุนแรงนี่จะโดนพิจารณาโทษหนักเป็นพิเศษ
3.การใช้ชื่อปลอม
เท่าที่เจอมามีแต่คนโดนบังคับให้ใช้ชื่อจริง แต่การใช้ชื่อปลอมแล้วโดนแบน ยังไม่มีเคสดังๆให้เห็น
4.การปลอมตัวเป็นผู้อื่น หรือองค์กร หรือการแสดงอัตลักษณ์อันเป็นเท็จ
ถ้าผมปลอมเป็นชาริล ชัชปุยแล้วโดนรีพอร์ทขึ้นมานี่ปลิวอย่างไม่ต้องสงสัย(ฮา) การปลอมเป็นบุคคลสำคัญ บริษัทดังๆ เอาโลโก้แบรนด์ หน้าตาเค้ามาใช้ แล้วโดนเจ้าตัวแจ้ง Facebook ด้วยหลักฐานยืนยันว่าเค้าสิตัวจริงเมื่อไหร่ บัญชีปลอมปลิวแน่ๆ
5.การโพสต์เนื้อหาที่ละเมิดเงื่อนไขของเรา
รายละเอียดในด้านนี้ค่อนข้างยาวมาก แต่จำหลักการง่ายๆไว้ว่า อะไรที่เราไม่ควรทำในที่สาธารณะก็ไม่ควรทำในเฟซบุ๊ค เช่น กลั่นแกล้งรุกรานคนอื่น(โทษไม่แรงมากอาจมีเตือนตามแต่ละกรณี) โพสรูปโป๊เด็กหรือเยาวชน(ปลิวทันที) แชร์ไวรัส(ต้นทางโดนแบนถาวร คนที่โดนไวรัสไม่โดน) เป็นต้น

facebook แบน 1
อนึ่งเทคนิคการปลดแบนที่ให้เราไปโพสในชุมชนช่วยเหลือของ Facebook แล้วให้คนกด”มีประโยชน์” เยอะๆ ไม่มีการยืนยันจาก Facebook ว่าได้ผลจริงแต่อย่างใด ถ้าโดน Facebook แบน แล้วต้องการแก้ไขต้องส่งเมลไปแจ้ง Facebook เท่านั้น แต่ถ้าโดนโทษหนักๆต่อให้ส่งเมลไปก็ไม่ค่อยได้รับการปลดแบนเสียเท่าไหร่ครับ


ที่มา: http://tech.mthai.com/tips-technic/45265.html

20
เชื่อแน่ว่า ยุคนี้เกือบทั้งร้อยของคนที่มีสมาร์ทโฟนย่อมต้องเอาไว้เล่น Facebook กันแน่นอน แต่แอปของ Facebook ที่มีการพัฒนามากขึ้นก็เพิ่มขนาดของตัวโปรแกรม และ ใช้ทรัพยากรในการทำงานมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อรองรับประชากรที่อินเตอร์เน็ทเข้าถึงได้ยาก (2G) หรือ สมาร์ทโฟนรุ่นเก่าๆที่หน่วยความจำและสเปคไม่สูงนัก Facebook จึงพัฒนา Facebook Lite ออกมาให้เราได้ใข้นั่นเอง
FB01
หน้าตาธรรมดาแต่ไวมาก เบามาก

 Facebook ออกแอป Facebook Lite มันดีกว่าตัวที่เราใช้ยังไง ? Facebook Lite ได้มีการพัฒนากันมานานแล้วแต่เพิ่งเปิดให้ดาวน์โหลดกันอย่างเป็นทางการ ทีเด็ดของมันคือขนาดที่เล็กมากไม่ถึง 1 MB ด้วยซ้ำ เล็กกว่า Facebook ตัวปกติที่เราใช้กันเป็น 100 เท่า ทำให้สามารถใช้ได้กับสมาร์ทโฟนทุกรุ่นได้อย่างสบาย กระทั้งรุ่นที่ใช้ Android 2.2 หรือ 2.3 ก็ยังไหว(ในแอปเขียนว่ารองรับแอนดรอยด์ทุกรุ่น)
FB02
แชทได้แม้จะไม่ใช้แมสเซนเจอร์ !?
การใช้งานของแอปตัวนี้ออกแบบมาเพื่อรองรับอินเตอร์เน็ทความเร็วต่ำอย่าง 2G ดังนั้น จึงเหมาะมากกับประเทศที่อินเตอร์เน็ทไม่เสถียรหรือมีความเร็วไม่มากนัก ในด้านการใช้งานเรียกได้ว่าไม่ต่างจากตัวเต็มหลักร้อยเม็กกะไบท์ที่เราใช้กันเท่าไหร่นัก สามารถโพส ดูภาพ ดูวีดีโอได้เหมือนกัน
FB03
ลองเล่นดูแล้วดูภาพเต็มจอได้ แต่ถ่างนิ้วเพื่อขยายภาพไม่ได้
จากการทดสอบดูแล้ว Facebook Lite กินแรมน้อยกว่า กินแบตเตอรี่น้อยกว่า ฟังก์ชั่นการทำงานจัดได้ว่าครบเครื่องเท่าตัวเต็มที่เราใช้งานกันอยู่ทุกวัน เรียกได้ว่า Lite สมบูรณ์แบบตามชื่อ ส่วนข้อเสียที่เห็นชัดคือความสวยงามด้อยกว่าตัวเต็มมาก หากอยู่ในที่
 อินเตอร์เน็ทความเร็วสูงเข้าถึงและใช้สมาร์ทโฟนที่ออกมาในปี 2014 เป็นต้นไปใช้ตัวเต็มดีกว่า แต่ถ้าอินเตอร์เน็ทช้าหรือใช้สมาร์ทโฟนรุ่นเก่า Facebook Lite น่าใช้กว่าครับ
FB04
 
ที่มา: https://tech.mthai.com/software/68035.html

21
บ่อยครั้งที่ Facebook ทำการอัพเดทโดยไม่บอกผู้ใช้งานว่าอัพเดทอะไรบ้าง ปล่อยให้ผู้ใช้เผชิญชะตากรรมกับฟีเจอร์ใหม่ๆเอง บางอันผู้ใช้ก็ชอบ บางอันผู้ใช้ก็ไม่ปลื้ม ล่าสุด วีดีโอบน Facebook เล่นเอง(Autoplay) ทั้งที่ไม่ได้กดเปิด ทำให้คนที่เล่นผ่านสมาร์ทโฟนเปลือง 3G ไปโดยใช่เหตุ และวันนี้เราจะมานำเสนอ วิธีปิด Video Facebook ไม่ให้เล่นเองทั้งบนมือถือและ PC ครับ
วิธีปิด Video Facebook
 
วิธีปิด Video Facebook สำหรับเวอร์ชั่น PC
1.คลิปลูกศรชี้ลงที่มุมขวาบน
01
2.เลือก Setting
02
3.คลิกที่แถบ Videos ล่างสุดด้านซ้ายมือ แล้วเลือก ปิด(Off) ที่ Auto-Play Videos
03
 
วิธีปิด Video Facebook สำหรับเวอร์ชั่น Android บนสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต
1.แตะที่เมนูมุมขวาบน
ท01
2.เลือก “การตั้งค่าแอพ”
ท02
3.เลื่อนหาคำว่า “วีดีโอจะเริ่มเล่นอัตโนมัติ” แล้วแตะ
ท044.แตะเลือก”ปิด”อันล่างสุด ก็เป็นอันเสร็จ
วิธีปิด Video Facebook
วิธีปิด Video Facebook สำหรับเวอร์ชั่น iOS บนสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต
1.ไปที่หน้า Setting ของ App Facebook แล้วแตะที่ Videos and Photos
11209409_10207626651927075_5824400075726505335_n
 
2.แตะที่ Autoplay
11986317_10207626652447088_7066400318370909151_n
 
3.เลือก Never Autoplay Videos
11217562_10207626653047103_334403900799825525_n




ที่มา: https://tech.mthai.com/tips-technic/53191.html

22
โพสต์สถานะ การโพสต์สถานะ (Status) ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเล่น Facebook เลยครับ เพราะเป็นอัพเดตสถานะล่าสุดของคุณให้กับเพื่อน หรือคนรู้จักของคุณได้ทราบสถานะของคุณ ณ ปัจจุบัน โดยเราสามารถทำได้ดังนี้
Untitled-1
1. คลิ๊กที่ช่องสำหรับพิมพ์สถานะ
Untitled-2
2. ใส่สถานะที่คุณต้องการโพสต์ลงไป
 3. เสร็จเรียบร้อย คลิ๊กที่ปุ่ม โพสต์
Untitled-3
4. สถานะของคุณถูกโพสต์เรียบร้อย
 โพสต์รูปภาพ การโพสต์รูปเป็นอีกหนึ่งลูกเล่นที่ทำให้สถานะของคุณมีความน่าสนใจมากขึ้น เพราะนอกจากเราจะโพสต์สถานะได้แล้ว เรายังสามารถเพิ่มรูปภาพประกอบเพื่อเพิ่มความสวยงามได้อีก โดยสามารถทำได้ดังนี้
Untitled-4
1. คลิ๊กที่แท็บ “เพิ่มรูปภาพ/วีดีโอ” ที่บริเวณด้านบน
 2. คลิ๊ก “อัพโหลดรูปภาพ/วีดีโอ”
Untitled-6
3. เลือกภาพที่ต้องการโพสต์
 4. คลิ๊ก Open
Untitled-7
5. ระบบจะแสดงตัวอย่างภาพขึ้นมาที่ด้านล่าง คุณสามารถพิมพ์สถานะลงไปได้
 6. เสร็จเรียบร้อย คลิ๊กปุ่มโพสต์ได้ทันที
 เช็คอินตำแหน่ง การเช็คอิน คือการแชร์สถานที่ที่คุณอยู่ หรือไปเที่ยวมาลงไปบนไทม์ไลน์ของคุณ โดยสามารถเช็คอินประกอบกับสถานะ หรือภาพถ่ายได้
Untitled-8
1. ขั้นแรก เราจะมาเช็คอินพร้อมกับการใส่ภาพ โดยไปที่ “เพิ่มรูปภาพ/วีดีโอ”
Untitled-9
2. เลือกภาพที่ต้องการโพสต์ จากนั้นคลิ๊ก Open
Untitled-10
3. คลิ๊กปุ่มเช็คอิน
Untitled-11
4. พิมพ์ชื่อสถานที่ที่คุณต้องการเช็คอิน เช่น ภาพนี้ถูกถ่ายที่อ่าวพร้าว เราก็ค้นหาชื่อนั้น เมื่อเจอแล้วก็คลิ๊กที่ชื่อสถานที่ที่ต้องการ
Untitled-12
5. เสร็จเรียบร้อย แตะปุ่มโพสต์
Untitled-13
6. ภาพพร้อมการเช็คอิน ถูกโพสต์ทันที
 กดไลค์ ฟีเจอร์หลักอีกอย่างของ Facebook ก็คือการกดไลค์ (Like) หรือการกดถูกใจนั่นเอง ซึ่งเป็นการแสดงออกว่าคุณเห็นด้วย หรือชื่นชอบกับโพสต์นั้นๆ โดยเราสามารถทำได้ง่ายๆ ดังนี้
Untitled-15
เมื่อเจอโพสต์ที่ถูกใจ คลิ๊กที่ปุ่มถูกใจได้ทันที
 แสดงความคิดเห็น นอกจากกดไลค์แล้ว เราสามารถแสดงความคิดเห็นส่วนตัวลงไปในโพสต์นั้นๆ ได้ดังนี้
Untitled-16
1. คลิ๊กแสดงความคิดเห็น
Untitled-17
2. พิมพ์ข้อความความคิดเห็นลงไปในช่อง
 3. เสร็จเรียบร้อย กด Enter
Untitled-18
4. ความคิดเห็นถูกโพสต์ทันที
 แชร์ การแชร์ (แบ่งปัน) คือการส่งต่อโพสต์ หรือข้อมูลนั้นๆ ลงไปบนไทม์ไลน์ของคุณ เพื่อให้เพื่อนบน Facebook ของคุณเห็นด้วย คล้ายกับการ Forward อีเมลสมัยก่อน โดยเราสามารถทำได้ดังนี้
Untitled-19
1. เมื่อเจอโพสต์ที่ต้องการแชร์ ให้เราคลิ๊กปุ่มแชร์
Untitled-20
2. หน้าต่างนี้จะปรากฏขึ้นมา เราจะเพิ่มเติมความคิดเห็นลงไปก็ได้
 3. เสร็จเรียบร้อย คลิ๊กที่ แชร์ลิงค์
Untitled-21
4. โพสต์ถูกแชร์ทันที
 การถูกใจเพจ การถูกใจเพจ เป็นการติดตามข้อมูล ความเคลื่อนไหวของเพจที่เราสนใจ เมื่อใดก็ตามที่เพจนั้นๆ อัพเดตข้อมูลขึ้นมา ข้อมูลนั้นก็จะแสดงบนวอลล์ของเราทันที โดยเราสามารถทำได้ดังนี้
Untitled-22
1. พิมพ์ชื่อเพจที่เราต้องการติดตามลงในช่องค้นหาด้านบน
 2. เมื่อเจอแล้ว ให้คลิ๊ก 1 ครั้ง
Untitled-23
3. เพจนั้นจะถูกเปิดขึ้นมา ให้เราแตะปุ่ม ถูกใจ
Untitled-24
4. เมื่อถูกใจแล้ว ปุ่มถูกใจจะเปลี่ยนไปดังภาพ
Untitled-25
5. ข้อมูลต่างๆ จากเพจนั้นจะแสดงขึ้นมาบนหน้าวอลล์ของเราทันที
 ลบโพสต์ เมื่อโพสต์ได้ ก็ต้องลบได้ โดยเราสามารถลบโพสต์ของเราได้ดังนี้
Untitled-26
1. เปิดโพสต์ที่เราต้องการลบขึ้นมา
 2. คลิ๊กที่ปุ่มเมนูเพิ่มเติมตามลูกศรสีแดง
Untitled-27
3. เมนูเพิ่มเติมจะแสดงขึ้นมา
 4. ให้เราคลิ๊กที่ ลบ
Untitled-28
5. คลิ๊กที่ลบโพสต์ เพื่อยืนยันการลบ
ทั้งหมดนี้ก็เป็น วิธีการเล่น Facebook เบื้องต้น สำหรับมือใหม่นะครับ ในตอนถัดไปเราจะมาดูเทคนิคการเล่น Facebook ที่ลึกลงไปอีก ติดตามกันได้ในตอนถัดไปครับ




ที่มา: https://tech.mthai.com/tips-technic/43323.html

23
บทความ / วิธีการสมัคร Facebook สำหรับมือใหม่
« เมื่อ: 31 กรกฎาคม 2017, 15:37:33 »
 Untitled-1
1. เปิดเว็บเบราเซอร์ขึ้นมาครับ จะเป็น IE, Chrome หรือ Firefox อะไรก็ได้
2. พิมพ์ www.facebook.com ลงไปในช่อง URL จากนั้นกด Enter 1 ครั้งเพื่อเปิดเว็บ Facebook ขึ้นมา เมื่อเปิดขึ้นมาแล้ว จะได้ภาพตามด้านบน
Untitled-3
3. ให้เราข้อมูลของเราลงไปในช่องว่างให้ครบ และถูกต้อง ประกอบไปด้วย ชื่อ-นามสกุล (ควรเป็นชื่อและนามสกุลจริง เพื่อให้เพื่อนของคุณค้นหาเราได้ง่ายขึ้น), อีเมลที่ใช้อยู่ โดยเราต้องใส่ยืนยัน 2 ครั้ง, รหัสผ่านที่เราต้องการใช้, วันเดือนปีเกิด, และเพศ
4. กรอกข้อมูลเสร็จเรียบร้อย แตะปุ่ม สมัครใช้งาน
Untitled-5
5. ต่อไประบบจะแนะนำวิธีค้นหาเพื่อนให้คุณ ซึ่งหากเราต้องการค้นหาเอง ก็สามารถแตะที่ “ข้ามขั้นตอนนี้ไป” เพื่อไปขั้นตอนต่อไปได้เลย
Untitled-6
6. เมื่อแตะปุ่ม “ข้าม…” แล้ว ระบบจะขึ้นกล่องข้อความเพื่อยืนยันอีกครั้ง ให้เราแตะข้ามอีกครั้ง
Untitled-7
7. ใส่ข้อมูลรายละเอียดของคุณให้ครบถ้วน เสร็จเรียบร้อยแล้วคลิ๊กปุ่ม ถัดไป (สามารถคลิ๊กที่ข้าม เพื่อข้ามขั้นตอนนี้ได้)
Untitled-8
8. มาถึงขั้นตอนที่ 3 ระบบจะให้เราใส่รูปภาพประจำตัวของเราลงไป หากในเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณมีภาพอยู่แล้ว ให้คลิ๊กที่ “เพิ่มรูปภาพ” หรือเลือก “ถ่ายรูป” เพื่อถ่ายภาพจากกล้องเว็บแคมก็ได้
Untitled-9
9. เมื่อใส่รูปภาพเสร็จเรียบร้อย ให้แตะคลิ๊กที่ “ถัดไป”
Untitled-10
10. ขั้นตอนต่อไประบบจะให้เรายืนยันตัวตนของเราในอีเมล ซึ่งระบบจะส่งอีเมลไปให้เราตามอีเมลที่เราใส่ไว้ในขั้นตอนที่ 2 ให้เราคลิ๊กที่ “ยืนยันตอนนี้” ที่ด้านบน
Untitled-11
11. จากนั้นคลิ๊ก “ยอมรับ” เพื่อยืนยัน
Untitled-12
12. การยืนยันการสมัคร Facebook เสร็จเรียบร้อย
Untitled-13
เท่านี้คุณก็มี Facebook เป็นของตนเองเรียบร้อยครับ ในตอนต่อไปเราจะมีดูวิธีการเล่น Facebook และเทคนิคการใช้ต่างๆ ติดตามได้ในตอนหน้าครับ




ที่มา: http://tech.mthai.com/tips-technic/43222.html

24
บทความ / การจัดการ Admin Roles ใน Facebook Page
« เมื่อ: 31 กรกฎาคม 2017, 14:05:45 »
Facebook Page นับวันยิ่งจำนวน Like สูงขึ้น อาศัยคนดูแลเพียงคนเดียวก็คงจะไม่ไหว ไหนจะต้องหา Content Post แต่ละวันคอยตอบคำถามของคน like แล้วยังต้องจัดการทำกิจกรรมต่างๆ อีกมากรวมถึงถ้าต้องทำรายงาน Report ความเคลื่อนไหวด้วยแล้ว ทำให้การบริหารจัดการหน้า Facebook Page ทำได้ไม่ทั่วถึง
Facebook Page

อธิบาย 5 ระดับจัดการ Admin Roles Feature ใหม่ของ Facebook Pageในทุกวันนี้เรามี Admin ต่อ 1 Page ในการดูแลมากกว่า 1 คน ครับ ทุกคนอยู่ในสถานะ Admin ซึ่งเป็นสถานะที่เท่าเทียมกัน จึงอาจจะเคยได้ยินคำที่บอกว่า เจ้าของที่แท้จริงอาจจะหมดความเป็นเจ้าของได้โดยไม่รู้ตัวหากถูก Admin คนอื่นยกเลิกการเป็น Admin Account นั้นออกไปจาก Facebook Page
ปัญหานี้ตอนนี้ Facebook ได้ออก ฟีเจอร์ใหม่มาแก้ไขปัญหานี้แล้วครับ โดยแบ่งระดับการเข้าถึงและดูแลเพจ Facebook เป็น 5 ระดับซึ่งจะมีหน้าที่ความสำคัญและส่วนของการเข้าถึงที่แตกต่างกันไปไม่เท่ากัน มาดูกันว่าแต่ละข้อทำอะไรได้บ้างครับ

  • Manager – เทียบเท่ากับ Admin เดิมคือมีความสำคัญสูงสุดสามารถทำได้ทุกอย่างเกี่ยวกับเพจ
  • Content Creator – ทำได้ทุกอย่างเทียบเท่ากันการเป็น Admin เช่นกัน แตกต่างเพียงแค่ไม่สามารถเข้าไปจัดการ ระบบ การตั้ง Admin Role ตั้งใครใหม่เข้ามาจัดการเพจ หรือ ลบใครก็จะไม่สามารถทำตรงนี้ได้ ตำแหน่งนี้จึงเหมาะกับคนที่ดูแลเพจ ด้าน Content ทำเกี่ยวกับ Tab Application การ Pin Content และอัพโหลดภาพ ตรงนี้ยังเข้ามาช่วยจัดการเรื่องการ Remove Admin คนที่ไม่ใช่เจ้าของที่แท้จริง ได้อีกด้วย
  • Moderator – ผู้ดูแลเพจ ลบคอมเม้น, สร้างโฆษณา, ส่งข้อความและดูข้อมูลสถิติได้เท่านั้น
  • Advertiser – เนื่องจากการจัดการโฆษณา Facebook Ads จะมีประสิทธิภาพมากขึ้นได้หากเป็น Admin ของเพจนั้นๆเพราะความสามารถในการโฆษณาจะลงลึกในการวางแผนโฆษณาได้มากกว่าบุคคลอื่น Role นี้เลยเหมาะกับการตั้งให้คนซื้อโฆษณา หรือ Agency ที่ดูแลด้านโฆษณา ให้จัดการแค่ด้านโฆษณาได้อย่างเดียวไม่สามารถเข้าถึงส่วนอื่นๆ ได้ แม้แต่กระทั่ง Insight
  • Insights Analyst เหมาะกับคนที่ต้องทำ Report หรือเปิดให้คนที่อนุญาติให้เห็นเฉพาะ Insight เพื่อนำไปวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ เพียงอย่างเดียว
Insights Analytic

ที่มา Facebook Help Center


ขั้นตอนการจัดการ Admin Rolesขั้นตอนที่ 1เริ่มขั้นตอนการจัดการบทบาทผู้ดูแลหน้าเพจ
เข้าสู่หน้า Facebook Page เลือกไปที่ การตั้งค่า เพื่อทำการจำกัดสิทธิ์
Role-1.png#asset:1467:resizeimagewidth72

ขั้นตอนที่ 2เลือกไปที่ บทบาทในเพจ
Role-2.png#asset:1468:resizeimagewidth72

ขั้นตอนที่ 3กำหนดสิทธิ์การเข้าใช้งาน
เพิ่มชื่อผู้ที่ต้องการในดูแล ในหน้า Facebook Page พร้อมกับกำหนด สิทธิ์การเข้าในงาน
(สามารถเพิ่มได้เฉพาะบุคคลที่เป็นเพื่อนร่วมกันนะครับ)
Role-3.png#asset:1469

ขั้นตอนที่ 4กดปุ่ม บันทึก พร้อมกับยืนยันรหัสผ่าน แล้วกดปุ่ม ส่ง
Role-4.png#asset:1470:resizeimagewidth72


ที่มา: http://help.bentoweb.com/blogs/%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A-facebook/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3-admin-roles-%E0%B9%83%E0%B8%99-facebook-page

25
บทความ / การเริ่มต้นสมัครใช้งาน Facebook
« เมื่อ: 31 กรกฎาคม 2017, 14:02:27 »
การเริ่มต้นสมัครใช้งาน FacebookFacebook เป็นเครือข่ายสังคมออนไลน์ หรือ Social Network ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก ในปัจจุบันมีผู้ใช้งาน Facebook ในไทยมากถึง 24 ล้านคน ซึ่งคิดเป็นเกือบ 90% ของผู้ใช้งาน Internet ทั้งประเทศ Facebook ช่วยให้ทุกคนติดต่อสื่อสาร, แลกเปลี่ยนประสบการณ์, ค้นหาเพื่อนใหม่ที่มีความสนใจในเรื่องเดียวกัน หรือแม้กระทั่งใช้มันเป็นเครื่องมือในการดำเนินธุรกิจ-ติดต่อสื่อสารกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายก็สามารถทำได้โดยง่ายและไม่เสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด ในบทความนี้ผมอยากจะขอแนะนำวิธีการเริ่มเปิดบัญชี Facebook ของตัวคุณเองหรือ Facebook Profile ซึ่งเป็นก้าวแรกของทุกๆ คนที่ต้องการใช้งาน Facebook ครับ
  • เปิด Internet browser แล้วไปที่ https://www.facebook.com การเริ่มต้นสมัครใช้งาน Facebook - 1

    คุณจะพบกับแบบฟอร์มลงทะเบียนใช้งาน Facebook ซึ่งเราก็แค่กรอก ชื่อจริง, นามสกุล, อีเมล์, รหัสผ่าน, วันเกิด, และเพศของเราลงไปตามภาพ และกดปุ่มลงทะเบียนสีเขียว เพื่อทำการลงทะเบียน
  • ค้นหาเพื่อนของคุณว่าพวกเขาอยู่บน Facebook แล้วหรือยัง ค้นหาเพื่อน

    ในขั้นตอนนี้ Facebook จะทำการค้นหาเพื่อนผ่านทางอีเมล์ของคุณ ถ้าคุณต้องการให้ Facebook ช่วยค้นหาก็ระบุอีเมล์ของคุณลงไปในช่องว่าง แต่ถ้าไม่ต้องการ คุณสามารถกดลิงก์ "ข้ามขั้นตอนนี้ไป" ได้เลย เมื่อคุณกดลิงก์ "ข้ามขั้นตอนนี้ไป" ระบบก็จะถามซ้ำอีกครั้งว่า "คุณแน่ใจหรือไม่ว่าต้องการข้ามขั้นตอนนี้?" ผมแนะนำให้คุณกดปุ่มข้ามไปได้เลยครับ

    ค้นหาเพื่อน - 1
  • กรอกข้อมูลส่วนตัว กรอกข้อมูลส่วนตัว

    ข้อมูลนี้จะช่วยให้ Facebook สามารถเชื่อมต่อกับเพื่อนร่วมชั้นหรือเพื่อนร่วมงานของคุณได้ ซึ่งมันจะช่วยให้คุณใช้งานได้สนุกยิ่งขึ้นครับ และเมื่อกรอกทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ก็ให้กดปุ่ม "บันทึกและดำเนินการต่อ" สีน้ำเงินได้เลย จะเห็นว่า Facebook เองก็ต้องการให้เรา ติดต่อกับเพื่อนให้ได้มากที่สุด เพราะเมื่อเราใส่ข้อมูลส่วนตัวเข้าไป ระบบก็จะทำการแนะนำคนที่เราอาจจะรู้จัก  และถ้าหากคุณเจอเพื่อนของคุณๆ ผ่านการแนะนำของ Facebook ก็สามารถกดปุ่ม "เพิ่มเป็นเพื่อน" ได้เลยครับ

    กรอกข้อมูลส่วนตัว - 1
  • เพิ่มรูปประจำตัวของคุณ คุณสามารถเพิ่มรูปประจำตัวของคุณได้ง่ายๆ ผ่านการดึงรูปภาพจากคอมพิวเตอร์หรือ จะถ่ายภาพด้วยเว็บแคมของคุณก็ได้ครับ ในตัวอย่างนี้ผมจะลองดึงภาพจากคอมพิวเตอร์ขึ้นมาให้ดู เราก็เพียงแค่กดที่ลิงค์ อัพโหลดรูปภาพ

    เพิ่มรูปประจำตัว

    หน้าต่างการอัพโหลดรูปประจำตัวก็จะปรากฏขึ้น จากนั้นเราก็กดปุ่ม Choose File เพื่อเลือกไฟล์รูปภาพจากคอมพิวเตอร์ของเรา
     
    เพิ่มรูปประจำตัว-1

    รูปภาพประจำตัวที่เราเลือกเอาไว้ก็จะปรากฏขึ้นครับ เมื่อเราพอใจแล้วก็สามารถกดปุ่ม "บันทึกและดำเนินการต่อ" สีน้ำเงินได้เลย

    เพิ่มรูปประจำตัว-2
  • ยืนยันอีเมล์ของคุณ เพื่อความปลอดภัย Facebook จะขอให้คุณยืนยันตัวตนของคุณผ่านอีเมล์ที่คุณระบุเอาไว้ในตอนต้นครับ เราก็แค่ไปที่อีเมล์นั้นและกดปุ่ม "ยืนยันบัญชีผู้ใช้ของคุณ" สีน้ำเงินได้เลย

    ยืนยันอีเมลล์ยืนยันอีเมลล์-1

    จะสังเกตว่าตอนนี้ ไม่มีแถบสีเหลืองด้านบนอีกแล้วนะครับ เพราะเราได้ทำการยืนยันอีเมล์ของเรากับ Facebook ไปเรียบร้อยแล้ว

    ยืนยันอีเมลล์-2

ที่มา: http://help.bentoweb.com/blogs/%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A-facebook/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99-facebook

26
 fanpagevs
จะเริ่มขายของ…เปิด Fanpage หรือ Personal Page อันไหนดีกว่ากัน?
ทุกวันนี้เราคงเห็นหลายๆเริ่มขายของบน facebook ทั้งบน fanpage หรือบางคนก็ใช้เฟสส่วนตัว (Personal Page)นั่นแหละ แท็กรูปขายของกันมากมาย หากเราเองอยากจะเปิดร้านออนไลน์บน facebook บ้าง เราควรเริ่มจากเพจแบบไหนดี?
เทียบหมัดต่อหมัด
จำนวนผู้ติดตาม (Follower)- หากเป็นเฟสส่วนตัวนอกจากจะเพิ่มเพื่อนได้มากสุดถึง 3,000 คนแล้ว หากเราตั้งค่าเพจส่วนตัวของเราให้เปิด “ระบบผู้ติดตาม” แล้ว โปรไฟล์ของเราก็จะมีคนอื่นๆที่ไม่ใช้เพื่อน มาติดตามเห็นความเคลื่อนไหวของเราได้แบบไม่จำกัดจำนวนคน… เช่นเดียวกับการเปิด Fanpage ที่เจ้าของเพจจะมีจำนวน fan ที่มาไลค์เพจเราได้ไม่จำกัดเช่นกัน
สรุป โอกาสที่โพสจะเข้าถึงคนที่ติดตามเรา มีเท่าๆกัน
 
การแท็กรูป– ถือเป็นข้อได้เปรียบของเพจส่วนตัว ที่เราสามารถแท็กรูปสินค้า รูปโฆษณา หรือรูปภาพประชาสัมพันธ์ต่างๆ ให้กับเพื่อนๆทุกคนได้ไม่จำกัด ถือเป็นการโปรโมตร้านอีกทางหนึ่ง ในขณะที่ Fanpage ที่มีลักษณะของความเป็นสาธารณะมากกว่า จะไม่สามารถแท็กภาพไปสู่ลูกเพจได้ เว้นแต่ว่าลูกเพจคนนั้น จะตั้งค่าโปรไฟล์ให้ทุกอย่างเป็น Public
สรุป ถึงแม้ว่าเพจส่วนตัวจพแท็กรูป/แท็กสเตตัส เพื่อโปรโมตร้านได้ดีกว่า แต่โอกาสที่คนจะถูกแท็กจะรำคาญ จนถึงขั้น “Unfriend”ก็มีมาก ใครอยากใช้เพจส่วนตัวขายของ ก็ต้องคิดถึงข้อนี้ให้ดี
fanpagevs1
การเริ่มต้นการสนทนา (Chat)– หัวใจสำคัญของการขายอย่างหนึ่งก็คือ “การเข้าถึงลูกค้าอย่างเจาะจงที่สุด” หากเทียบกับธุรกิจอื่นๆ ก็คงเหมือนการทำ “Co-Call”หรือ “Co-mail”ซึ่งก็คือ การโทรหาลูกค้า หรือ ส่งเมลล์หาลูกค้า เพื่อขายของหรือเชิญชวนมาใช้บริการ ในที่นี้เราขอใช้คำว่า “Co-Chat”หรือก็คือ การทักแชทไปคุยกับลูกค้า เพื่อเสนอขายของก่อน หากเราใช้เพจส่วนตัว เราก็จะสามารถทักแชทไปหาเพื่อนและผู้ติดตามได้ทุกคน แต่…ถ้าเราใช้ Fanapge เราจะไม่สามารถเริ่มต้นการแชทกับใครๆก่อนได้เลย เว้นแต่ว่าเค้าจะทักเรามาก่อน
สรุป เพจส่วนตัว น่าจะเหมาะกับการขายของกับกลุ่มคนที่มีความสนิทกันพอสมควร สามารถทักแชทไปก่อนได้ แต่ fanpage ทำไม่ได้ จึงต้องหาทางอื่นในการโปรโมตสินค้าและบริการ
 
โอกาสที่จะติด News Feed ของผู้ติดตาม – อัลกอรึทึ่มแบบใหม่ของ facebook ทำให้ทุกภาพ ทุกสเตตัส จากเพจส่วนตัว “มีโอกาสติดขึ้น News Feed มากว่าโพสใดๆจาก Fanpage”ซึ่งถือเป็นข้อได้เปรียบของคนขายของบนเพจส่วนตัว ส่วนคนที่ขายของผ่าน fanpage อาจจะต้องเหนื่อยขึ้นหน่อย เพราะต้องโพสรูปที่มีความน่าสนใจจนต้องไลค์ ต้องแชร์ หรือต้องเพิ่มเงินโฆษณา
สรุป โพสจากเพจส่วนตัวมีโอกาสที่คนจะเห็นมากกว่า Fanpage ทำให้เจ้าของ Fanpage ต้องคิด Content ให้ดีที่สุดก่อนโพส และอาจจะต้องเสียเงินโฆษณากับ facebook เพื่อโปรโมตเพจของเรา
fanpagevs3
อุปกรณ์เพื่อธุรกิจ (Business Tools) – ข้อนี้ Fanpage ได้คะแนนไปเต็มๆ เพราะมันเกิดมาเพื่อรองรับการเป็น “เพจสาธารณะโดยเฉพาะ” ชื่อก็บอก ต่างกับ เพจส่วนตัว (Personal Page)  โดยสิ้นเชิง อุปกรณ์ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับคนทำธุรกิจออนไลน์ที่ว่านี้ ได้แก่ ปุ่มไลค์เพจ การให้ดาวรีวิว การCheck-in ในเพจ ซึ่งใครก็ตามที่ Like Share หรือ Review นอกจากจะเป็นเหมือนคะแนนเรียกความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจมากขึ้นแล้ว เพื่อนของคนที่มาLike Share หรือ Review ยังได้เห็นกิจกรรมของเพื่อนคนนี้ และมีแนวโน้มว่าจะทำตาม หรือ ตามมาดูเพจของเราได้อีก
สรุป จากมุมมองส่วนตัวแล้ว ยังไงๆ Fanpage น่าจะเหมาะกับการเปิดร้านออนไลน์มากกว่า Personal Page
fanpagevs5
 
โอกาสในการติด Google – คีย์เวิดใดๆ ที่คนเสิจจาก Google มีแนวโน้มที่ผลลัพธ์จะเป็นคีย์เวิดจาก Fanpage มากกว่า เพจส่วนตัว อาจจะเป็นเพราะ “ความเป็นส่วนตัว” ที่ทำให้ Google เลี่ยงการค้นหาจากเพจส่วนตัว
สรุป ในการขายขอองออนไลน์ “การหาเจอจาก Google คือสิ่งสำคัญมาก” ถ้าอยากให้คนเจอร้านเราจาก Google ก็ต้องเปิดร้านบน Fanpage นะ
fanpagevs4
 
ความสะดวกในการทำโฆษณา – ทั้ง Fanpage และ เพจส่วนตัว สามารถทำโฆษณากับ facebook ได้ทั้งคู่แ แต่โฆษณาจากเพจส่วนตัวจะโชว์เฉพาะเพื่อนๆ และผู้ติดตามเท่านั้น ในขณะที่โฆษณาจาก Fanpage จะสามารถเข้าถึงคนได้ทุกคนที่เล่น Facebook (ขึ้นอยู่กับงบประมาณ) นอกจากนี้บน Fanpage เรายังสามารถกำหนดกลุ่มเป้าหมายของคนที่เราอยากให้มองเห็นโฆษณาจากเราได้ด้วย (เรื่องการโฆษณาบน facebook แบบเจาะจง จะพูดถึงในตอนต่อๆไปนะคะ)แถมยังมีกราฟแสดง Traffic คนเข้า-ออก ร้านของเราได้อีกด้วย
fanpagevs2
 บทสรุป ถึงจะมีบางข้อที่สูสีกัน แต่ไม่ว่าจะมองยังไงๆ Fanpage ก็เหมือนจะเกิดมาเพื่อการขายของออนไลน์มากกว่า เพจส่วนตัว (Personal Page)เพียงแค่เราศึกษาข้อได้เปรียบ-เสียเปรียบ ของเพจแต่ละประเภท แล้วใช้เครื่องมือเหล่านั้นโปรโมตเพจร้านให้ถูกที่ ถูกทาง ถูกเวลา เพียงเท่านี้ เพจร้านของเราก็จะเริ่มเป็นที่รู้จัก พร้อมสำหรับขายของแล้วล่ะ




ที่มา: http://blog.sellsuki.co.th/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94-fanpage-%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad-profilepage#

27
มาเสริมให้ Processblocker นะครับ โปรแกรมนี้ที่ร้านก็ใช้อยู่นะครับใช้ Block พวกโปรแกรมช่วย Download Portable
และ Trainer โกงเกมส์ offline-online เป็นอย่างดี โหลดธรรมดาไม่ว่ากันถ้าใช้โปรแกรมช่วยนี่มันโหดไป
1.ควรปิด computer management (ในคลิกขวา mycom น่ะ)
2.ไม่ควรแสดง pop up แจ้งเตือนเวลาโปรแกรมโดน Block
3.ปิดการเข้าถึง task manager,run,ปิด windows installer
4.ซ่อนโฟลเดอร์หรือ ห้ามเข้าถึงโฟลเดอร์ Process Blocker
5.Block พวกโปรแกรม Kill Process ให้หมด เช่น Processhacker

28
ของผม จัดเต็มกับ นี่ครับ

# DELAY_POOLS
# ---------------------------------------------------------
delay_pools 1
delay_class 1 2
delay_parameters 1 600000/600000 150000/150000
delay_access 1 allow magic_words1 !GAMESERVER !UNLIMITTIME !allow_client
delay_access 1 deny all


โหลดได้ โหลดไป IDM ก็ไม่กลัว
โหลดหลายไฟลก็วิ่งแค่ 150k/เครื่อง
รวมทั้งร้าน 600k แบ่งๆกันไป เหลือให้เปิดเวบอีกครึ่งนึงแนะ

29
1.บลอคเวป ข้อจำกัด ต้องทำทุกเครื่อง หรือก้อปไฟล์ไปวางทุกเครื่อง

ง่ายๆ ไปที่ C:\WINDOWS\system32\drivers\etc จะมีไฟล์ hosts อยู่ เปิดขึ้นมาด้วย โปรแกรม notepad

จะมีโค้ดมากมาย ช่างมัน ไปที่บรรทัดล่างสุด  จะมี
127.0.0.1       localhost                       


ถ้าสมมุตเราจะบลอคเวป 4shared ง่ายๆเลย ตามนี้

127.0.0.1       localhost
127.0.0.1       www.4shared.com

จะบลอคเวปไหน กี่เว็ป ก็ใส่ลงไปเลย

127.0.0.1       localhost
127.0.0.1       www.4shared.com
127.0.0.1       www.example01.com
127.0.0.1       www.example02.com
127.0.0.1       www.example03.com
127.0.0.1       www.example04.com
127.0.0.1       www.example05.com
127.0.0.1       www.example06.com
127.0.0.1       www.example07.com
127.0.0.1       www.example08.com
127.0.0.1       www.example09.com
127.0.0.1       www.example10.com


เสร็จแล้วก็เซฟ จบข่าว  ถ้าจะบลอคเครื่องอื่นๆ ก็ก้อปไฟล์ hosts ไปวางทับได้เลย แล้วจะซ่อนไดร้ ลอคไดร้ c กันการแก้ไข แล้วแต่จะประยุกต์ใช้



2.บลอคโปรแกรม เซ็งมาก เมื่อเจอสาวก idm เข้ามาในร้าน เสียบแฟลชไดร้ โหลดหนัง โหลดเพลง พับจอเล่นดอทเอ จบเกมส์ กลับบ้าน

โปรแกรมที่ใช้ ชื่อ process blocker จากลิ้งนี้ http://www.processblocker.com/download.html

x86 – Download   32บิท
x64 – Download   64บิท

โหลดโปรแกรม แล้วลงตามปกติ ไม่แน่ใจ แครคแล้วหรือยัง แต่ใช้ได้ 330 วัน

เสรจแล้ว ก็ เข้าโปรแกรม ตามปกติ start---all program------process blocker-------configure process blocker

จะมีเมนู 2 แถบ

ิblock apllication list  จะบอกรายชื่อโปรเซสที่เรากำลังบลอคอยุ่

information and statistic จะบอกจำนวนครั้งของการบลอคโปรเซสนั้นๆ กับ เวลาเหลือการใช้งานของโปรแกรม


ไปเมนูแรก block apllication list  ติ้กถูกหน้า block the follow application

กดปุ่ม add พิมชื่อโปรเซสที่จะบลอค หรือ ค้นหาจากในเครื่อง

สมมุตว่าลองบลอค idm ก็พิมชื่อโปรเซสของ idm เข้าไปในช่องว่า idman.exe แล้วกด add
 
(ข้อจำกัด ถ้าไม่มีโปรแกรมที่จะบลอคในเครื่อง เราต้องทราบชื่อ process )

ติ๊กถูกหน้า idm.exe แล้ว apply แล้ว ok ออกมา

จัดการลองเปิด idm ดู จะขึ้นป้ายห้ามจอด มุมขวาล่างจอ

แล้วท่านจะอยากร้องดังๆว่า "555 เกรียนเสร็จตูแน่"

สามารถนำไปต่อยอดใช้กับ บลอค utorrent flashget อื่นๆได้ ลองดูครับ


ที่มา:คุณWhite House,ESP
http://talk.ict.in.th/23981

30
มันสะดวกจนกลายเป็นดาบสองคมครับ โฟสง่ายก้สแปมง่ายเช่นกัน ผมโดนสแปมวันละ 2000 กว่าลิงค์โยงไปเว็บโป็กับ เว็บพนันทั้งนั้น ลบกันไม่ไหวเดี๋ยวพี่กรูจะเหมาว่าเราเป็นพวกเดียวกับมันซวยเลยทีนี้   wanwan015
นี่ขนาดหาวิธีป้องกันแล้วนะมันยังเข้ามาได้ นี่รูปวันี้สดๆร้อนๆ กรูยอมแพ้โว้ยยยยย จะปิดเว้บแล้วววว  wanwan010





หน้า: 1 [2] 3 4 ... 9