แสดงกระทู้ - Butter
- +



ของในห้องแจกของแจกฟรีทุกชิ้น

^ประกาศ pordoo.com คือเว็บสำหรับแจกสิ่งของ สมาชิกสะสมพอยท์ภายในเว็บเพื่อนำไปแลกของรางวัลที่ต้องการ
พอยท์ได้มาจากไหนบ้าง?
1.สมัครสมาชิกรับ 100 พอยท์
2.กดรับจากAdmin สัปดาห์ละ 100 พอยท์
3.สมาชิกคนอื่นกดให้พอยท์ (กดที่กล่องของขวัญ)
แจก 2,000 พอยท์ทุกสัปดาห์ รอบ5 คลิ้กเลย

แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - Butter

หน้า: [1] 2 3
1
1.หนังศรีษะมันง่าย (อันนี้ร้ายแรงครับ) ทำให้รากผมที่ร่วงออกไป ฝ่อและตายไป ทำให้หัวล้านฐาวรครับ
2.คนที่ทำงานแบบใช้สมองเยอะๆคับ เพราะตอนนี้ใช้สมองมากบริเวณหน้าผากกับกลางศรีษะจะร้อนกว่าที่อื่นๆ
ทำให้รากผมไม่แข็งแรง แล้วยังมีการหลั่งสารความเครียดอีกหลายตัวออกมาอีกคับ เหอะๆ

*เห็นในรายงานต่างประเทศเขาบอกว่า หัวล้านเกิดจากพันธุกรรม 10% ที่เหลือก็มาจากสองสาเหตุแรกครับ

ผมอ่านแล้วผมร่วงเยอะกว่าเดิมอีกครับคราวนี้เหอะๆๆๆๆ สรรหาแชมพูทุกยี่ห้อมาใช้ก็ไม่ได้ผมคับ เริ่มจากนี่เลยครับ
1.เบอร์กาแมว ครับ ทำจากมะกรูด แรกๆได้ผมดีคับ ผมร่วงน้อยลง หลังๆก็กลับมาร่วงอีกครับเพราะศรีษะยังมันเหมือนเดิม
2.ฟอร์แรท เหมือนอันแรกครับ แรกๆก็ดี หลังๆก็กลับมาอีก
**หลังจากลองอันนี้มาปีนึงแล้ว จากหัวหมื่น ลูปดูอีกทีเป็นหัวแสนแล้วครับ เผลอไม่ได้เลยอ่ะ wanwan031
3.ใช้แชมพูที่ทำจากดอกอัญชัญครับ สินค้าโอท็อป ดีมากๆคับ ผมแห้งสนิทเลยครับ ผมร่วงน้อยลง
สระได้ทุกวันครับเพราะไม่มีสารเคมี เฮ้อๆๆๆๆๆ แล้วทำไงเราจะกลับมาเป็นหัวหมื่นอ่ะ เหม่งไปแล้วหนิ
4.ผมลองศึกษาเพิ่มเติมดู สมุนไพรไทย สมุนไพรจีน แล้วก็คำแนะนำตามเว็บบอร์ดต่างๆ
สรุปว่า**ถ้าแชมพูมีโสมเป็นส่วนประกอบด้วยจะดีมากครับ แต่สมุนไพรนี้จะขาดคู่ขาสมุนไพรไทยอีกตัวไม่ได้ครับ
คือกระเม็ง(หรือกันเหม่งนั่นเอง 555) ยาสมุนไพรสองตัวนี้จะรวมสรรพคุณกันทำให้ได้สรรพคุณตามนี้ครับ
1.ควบคุมความชุ่มชื้นและความมันส์บริเวณหนังศรีษะให้คงที คนที่หนังศรีษะมันก็จะปกติ คนที่ผมแห้งหนังศรีษะก็จะปกติ
ระยะยาวรังแคจะหายไปเอง
2.เส้นผมจะแข็งแรง แต่นุ่ม ไม่สาก
3.ช่วยบำรุงรากผมให้แข็งแรงอยู่เสมอ ผมร่วงน้อยกว่าเมื่อเทียบกับจำนวนที่เกิดใหม่
4.อันนี้เทพดี ช่วยบำรุงรากผมที่ฝ่อชั่วคราวให้กลับมาแข็งแรงและสร้างเส้นผมใหม่อีกรอบ
(เอกสารภาษาปะกิดอ่ะน่ะ แปลๆมา+กะตัวเองใช้ด้วย)

**ผมใช้แล้วเป็นไงหรอครับ ใช้มาปีกับอีก4เดือน ตอนนี้ผมร่วงนับเส้นได้แล้วคับ ไม่เยอะเหมือนก่อน
บริเวณมุมคิวเส้นผมเกิดมาบ้างแล้ว และผมบริเวณกลางศรีษะกลับมาหนาเหมือนเดิมครับ หายเครียดซ่ะที
ที่ถูกใจที่สุดก็เห็นจะเป็นความมันที่หายไปอ่ะครับ เพราะทำให้รากเส้นผมไม่ฝ่อ
แล้วยังแต่ผมให้อยู่ทรงได้ทั้งวันโดยไม่ต้องใช้มูทอ่ะ (หุหุหุ ไอ้หล่อ)

แต่คนขายบอกว่าต้องใช้ไปตลอดอ่ะ ผมจะหนาขึ้นมาเท่าเดิมเอง ส่วนที่เหม่งบางจุดต้องรอลุ้นว่ามัน
ฝ่อฐาวรป่าว ใช้ๆไปเดี๋ยวก็รู้ (ไม่เป็นไรแค่ปิดแสนให้เหลือหมื่นตลอดไปก็พอ ขอมากไม่ได้ เดียวแห้้วหมด)

ทดสอบกันไปครับ อันไหนดีไม่ดีก็มาแชร์กันครับ

อ้อลืมบอกครับ คนที่หนังศรีษะมันๆ แต่ผมไม่ร่วงเลยอ่ะ ระวังตัวไว้น่ะครับ
พี่ชายผมไม่เคยหัวเหม่งเลย อยู่แค่เดือนเดียวข้ามไปล้านเลยอ่ะ ใช้อะไรก้ไม่หาย
หมอบอกว่ามันฝ่อฐาวรแล้ว เพราะปล่อยให้หนังศรีษะมันและยังเป็นรังแคร์อีก คงต้องผ่าตัดปลูกถ่ายผมแทน


ที่มา:คุณgrishconner
http://www.thaiseoboard.com/index.php/topic,91610.40.html

2



อีกหนึ่งสิ่งที่นอกจากการทำเว็บแล้วสิ่งที่ผมชอบอีกเรื่องนึงก็คือเรื่องกินเรื่องอาหาร เขียนเรื่องการทำเว็บไซต์ต่างๆ นาๆ มาก็หลายบทความแล้วเริ่มรู้สึกเบื่อและก็หิวด้วย (ทำงานมันก็ต้องใช้พลังงาน กองทัพต้องเดินด้วยท้อง) วันนี้หลังจากที่ผมเขียนบทความและอัพเดสเว็บไซต์ต่างๆ เสร็จแล้วก็เกิดอาการหิวขึ้นมา ไม่รู้จะกินอะไรดี พอดีเข้าไปที่บริษัทที่ผมดูแลเว็บให้อยู่และเขาก็กำลังทำอาหารเมนูพิเศษรับประทานกันอยู่ ผมก็ได้โอกาสแจมไปด้วยเลย เมนูที่ได้ลองชิมในวันนั้นคือ ซุปไก่โสมซัมเกทัง อาหารชั้นดีเพื่อสุขภาพเลยละ พอรู้ว่ามันมีประโยชน์ก็เลยจะนำเอาสูตรและวิธีทำกันมาฝากสักหน่อย มันน่าจะเหมาะกันคนทำงานออนไลน์อย่างเราๆ

ซุปไก่โสมซัมเกทัง เป็นอาหารโบราณของชาวตะวันออก ที่นิยมปรุงเพื่อบำรุงสุขภาพมากด้วยสมุนไฟรและเครื่องเทศที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพหลายอย่าง อาทิเช่น โสม เก๋ากี้ ฮ่วยซัว ปักคี้ ตังเซียม และเง็กเต็ก ที่ต่างช่วยเสริมสร้างความสมดุลให้แก่ร่างกายได้เป็นอย่างดี

ส่วนผสมมีดังนี้

    เนื้อไก่ 1 ตัว หรือแล้วแต่จะรับประทานมากน้อย แต่ผมเอา 1 ตัวไปเลย
    เห็ดหอม
    ชุดเครื่องตุ๋นยาจีนอิลวา 1 ชุด (หาซื้อไม่ได้ผมมีขายนะ 555)
    เกลือป่น 10 กรัม
    ซีอิ้วขาว 10 กรัม
    เหล้าจีน 20 กรัม
    น้ำสะอาด 1 ลิตร

ส่วนวิธีทำไม่ยากครับทำตามนี้เลย

    ใส่น้ำในหม้อพอประมาณ ต้มน้ำจนเดือดจัดจากนั้นใส่เครื่องตุ๋นที่รวมสมุนไฟรจีนลงไปต้มพร้อมกัน
    ใส่ไก่ทั้งตัวลงในหม้อ ตามด้วยเครื่องปรุงรสทั้งหมด เสร็จแล้วตุ๋นทิ้งไว้ประมาณ 45-60 นาที ตุ๋นจนเนื้อไก่นุ่ม ในระหว่างที่รอก็หาอะไรทำไปก่อนครับ จะโพส facebook twitter ดู youtube ก็ว่าไป
    เมื่อเนื้อไก่นุ่มแล้วก็ใส่ผงโสมลงไป ค้นให้ทั่วก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย

แค่นี้เองครับก็ได้อาหารพิเศษสำหรับสุขภาพของเราแล้ว ใครว่างๆ ก็ลองเอาไปทำกันดูครับ

ส่วนรูปจริง ขออภัยที่ไม่ได้เอามาให้ดู กินจนลืมถ่ายเก็บไว้ ไวเวันหลังทำอีกจะเอามาให้ดูกันครับ


ที่มา: https://www.nampheung.com/4971/%E0%B8%8B%E0%B8%B8%E0%B8%9B%E0%B9%84%E0%B8%81%E0%B9%88%E0%B9%82%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%8B%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%87.html

3
สูตรอาหาร,สอนทำอาหาร / ไข่เค็ม
« เมื่อ: 1 ตุลาคม 2016, 19:58:51 »
สูตรทำไข่เค็ม

เกลือสะอาด 1 ถ้วย ต่อน้ำ 2 ถ้วยค่ะ (ไข่เป็ดประมาณ 7 ฟอง)
(เพราะฉนั้น เมื่อไข่มากขึ้น สัดส่วนก้อเพิ่มตามไปนะคะ)


วิธีทำก้อยิ่งง่ายแสนง่ายค่ะ

- ล้างไข่เป็ดให้สะอาด แล้วผึ่งในตะกร้าให้แห้งสนิทดี

- ต้มน้ำเกลือ ตามสัดส่วน ให้น้ำเกลือเดือดดี นำมากรองด้วยผ้าขาวให้สะอาด
ทิ้งให้เย็น

- นำไข่เป็ดเรียงใส่โหลให้เรียบร้อย นำน้ำเกลือที่ต้มเย็นแล้วเทใส่ลงไป ปิดฝาให้สนิท

- เก็บไว้ในที่ลมถ่ายเทสะดวก แนะนำว่าให้ติดฉลากวันที่เริ่มดอง และวันที่สามารถเปิดทานได้ค่ะ

- เวลาดองไข่เค็ม 15 วัน สามารถนำมาทอดทานได้ค่ะ

- เวลาดองไข่เค็ม แบบที่ไข่เค็มแข็งดี และมีน้ำมันเยิ้มน่ารับประทาน ใช้เวลาทั้งสิ้น 30 - 40 วันค่ะ เมื่อถึงเวลาก้อนำออกมาล้างน้ำ แล้วนำไปต้มตามปกติ ก้อจะได้ไข่เค็มที่มีสีแดงสด มีน้ำมันเยิ้มน่ารับประทานค่ะ

เห็นมะค่ะว่าง่าย ๆ แค่นี้ ก้อมีไข่เค็มทานเองแบบสะอาดและปลอดภัยค่ะ





อีกสูตร

ไข่เป็ด 10 ฟอง, เกลือ 1 ถ้วย, น้ำ 3 ถ้วย

วิธีทำ

1. ล้างไข่เป็ดให้สะอาดฟักไว้ให้แห้ง

2. ต้มเกลือกับน้ำให้เดือด ยกลงกรองทิ้งไว้ให้เย็น

3. เรียงไข่เป็ดที่ล้างไว้ในขวดโหล ที่จะดอง เทน้ำเกลือที่ต้มไว้ลงไปจนท่วมไข่ ใช้ไม้ขัดหรือถุงพลาสติกใส่น้ำ กดไข่ให้จมในน้ำเกลือตลอดเวลา ปิดฝาขวด เก็บไว้ประมาณ 2 สัปดาห์

4. นำมาต้มประมาณครึ่งชั่วโมง ตักขึ้นพักไว้ให้เย็น นำมารับประทานได้

หมายเหตุ

1. สูตรที่ให้นี้เรียกว่าหนึ่งต่อสาม คือ เกลือ 1 น้ำ 3 ใช้เวลา 2 สัปดาห์ ซึ่งเป็นสูตรที่รับประทานได้เร็ว

2. ถ้าไม่รีบใช้สูตรหนึ่งต่อสี่ก็ได้ คือ เกลือ 1 น้ำ 4 ใช้เวลา 3 สัปดาห์

4



ส่วนผสม
- ไข่ไก่ 1-2 ฟอง (วางไว้ที่อุณหภูมิห้องให้หายเย็น)
- แป้งโกกิผสมน้ำเล็กน้อย
- ผงฟู 1/2 ช้อนชา
- น้ำปลาและน้ำตาลเล็กน้อยสำหรับปรุงรส
- น้ำมันสำหรับทอด (น้ำมันหมูอร่อยที่สุด แต่น้ำมันพืชก็ใช้ได้)
วิธีทำ
1. ตอกไข่ใส่ชาม ตามด้วยแป้งโกกิที่ผสมน้ำไว้แล้ว ผงฟู และน้ำปลากับน้ำตาลสำหรับปรุงรส (ใครอยากใส่”ส่วนผสมเพิ่ม”ก็ตามสบาย) จากนั้นตีไข่กับส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันจนขึ้นฟอง
2. ในกะทะที่ตั้งน้ำมันรอไว้จนร้อนแล้ว (ใช้น้ำมันเยอะๆ ) ให้นำไข่ที่เจียวเตรียมไว้เทจากที่สูงๆ ลงไปทอด ให้เหลือง ฟู และกรอบทั้งสองด้าน แล้วนำเสริฟร้อนๆ ทานคู่กับซอสพริกเข้ากันดี
(ส่วนผสมเพิ่มก้ออาจจะเป็น หมูสับ ไก่สับ กุ้ง ปู แฮม แหนม หอย มาม่า ปลาป๋อง พริกสด หอมแดง ข้าวโพด ทูน่า ฯลฯ แล้วแต่รสนิยมเลยค่ะ)



 

ไข่เจียวฟู
1. ตีไข่ปรุงรสตามชอบ ใส่น้ำตาลนิดหน่อยเพราะน้ำตาลจะทำให้กรอบ
 2. ใช้กระป๋องนมข้นเจาะให้เป็นรูๆ หรือใช้ทัพพีที่มีลีกษณะเป็นรูๆก็ได้ ใส่ไข่ในกระป๋องแล้วก็ให้ไข่ไหลออกมาเรื่อยๆ ใส่ลงกระทะน้ำมันเดือดไฟแรงเมือสุกแล้วช้อนขึ้นมาพักไว้ พร้อมเสิร์ฟ




 ไข่เจียวใบตองเป็นการเจียวไข่โบราณ ' โดยไม่ใช้น้ำมัน ' ให้ใช้ใบตองเขียวๆ แบบ อ่อนๆ เพิ่งออกมาใหม่ๆ ล้างหลายๆครั้งและตากให้แห้ง
วิธีทำ
 1. ตีไข่ปรุงตามชอบใจ
 2. นำกระทะตั้งไฟจนร้อน ไม่ต้องใส่น้ำมัน
 3. แล้วนำใบตองมารองก้นกะทะ แล้วเทไข่ลงไป ทอดบนใบตอง




ไข่ป่ามอาหารล้านนา ที่หารับประทานได้ยาก ไข่ป่าม มีลักษณะคล้ายไข่เจียว ป่าม หรือ การทำให้อาหารสุกโดยนำอาหารใส่ในใบตองแล้วนำไปปิ้งหร ือย่างบนไฟอ่อน ๆ นอกจากไข่จะสุกแล้ว ยังมีกลิ่นหอมจากใบตองอีกด้วย
1. ตีไข่ ปรุงรสด้วยเกลือป่น
 2. พับใบตองเป็นกระทง ใส่ไข่ที่ตีแล้วลงไป โรยด้วยต้นหอม ใบหอม
 3. นำไปย่างไฟอ่อน ๆ จนไข่สุกเหลือง น่ารับประทาน




 แล้วก้อมาถึงเมนูไข่เจียวนานาชาติอร๊อยย อร่อย
ไข่เจียวต้มยำ
ประเดิมกันด้วยของไทยๆ ก่อนเลย
ส่วนผสม
- ไข่ไก่ 2 ฟอง
 - น้ำมะนาว 1/2 ช้อนโต๊ะ
 - ตะไคร้ซอยแว่นบาง 1 ต้น
 - พริกขี้หนูซอยหรือสับหยาบๆ 3-5 เม็ด- น้ำปลา 1/2 ช้อนโต๊ะ
 - น้ำพริกเผา(ไม่เอาน้ำมัน) 1 ช้อนชา- ใบมะกรูดหั่นฝอย 2 ใบ
 - กุ้งสดสับหยาบ 2 ช้อนโต๊ะ(ไม่ใส่ก็ได้)
วิธีทำ
1. ตอกไข่ใส่ชามปรุงรสด้วยน้ำปลา มะนาวและเครื่องปรุงทั้งหมด ตีให้ขึ้นฟู
 2. ทอดไข่ในกระทะน้ำมันร้อนจนสุกเหลือง
 3. ตักขึ้นสะเด็ดน้ำมัน จัดใส่จานเสิร์ฟกับข้าวสวยร้อนๆ



ไข่เจียวฝรั่งใส่เห็ดและชีสอาหารเช้าฝาหรั่ง
เครื่องปรุง
- เห็ดนางฟ้า หรือเห็ดอะไรก็ได้ตามที่ชอบ 1 ขีด
 - เนย Clarify 1/2 ถ้วยตวง- หอมแดงสับ 1 ช้อนชา
 - เนยแข็งขูด Cheddar ชีส 30 กรัม- ไข่ไก่ 3 ฟอง- นม 3-4 ช้อนโต๊ะ
 - เกลือ / พริกไทย พอประมาณ
วิธีทำ
1 นำกระทะตั้งไฟแล้วใส่เนย Clarify 2 ช้อนโต๊ะ
 2 เมื่อกระทะร้อนนำเห็ดลงไปผัดกับหอมสับ ปรุงรสด้วยเกลือ พริกไทย แล้วตักออกพักไว้
 3 นำกระทะ ตั้งไฟ แล้วนำเนย Clarify ใส่ลงไปให้ร้อนประมาณ 4-5 ช้อนโต๊ะเมื่อร้อนแล้วจึงนำไข่ไก่ที่ตีให้เข้ากันกับนม หรือครีมลงไปในกระทะ คนให้ข้น แล้วกระจายไข่ให้ทั่วกระทะ
 4 ลดไฟอย่าให้ไข่ไหม้หรือเหลือง ตักเห็ดยัดแล้วโรยด้วย Cheddar ชีสขูด แล้วจึงค่อย ๆ เคาะ กระทะเพื่อม้วนไข่ให้เป็นห่อกลมๆ เรียว ๆ ยาว ๆ เสิร์ฟร้อนๆ




ไข่ทอดน้ำหน้ากระเพราไก่เมนูนี้ลูกครึ่งไทยอเมริกัน
เครื่องปรุง
- ไข่ไก่ 2 ฟอง
 - ขนมปังปิ้ง 4 ชิ้น
 - น้ำต้มสุก 1/2 ลิตร
 - น้ำส้มสายชู 1/4 ถ้วยตวง
 - พริกขี้หนู รากผักชี กระเทียม พริกไทย โขลก 1 ช้อนโต๊ะพูน
 - เนื้อไก่ติดหนังบด 150 กรัม- น้ำมันพืช 4 ช้อนโต๊ะ - น้ำปลา พอประมาณ
 - น้ำตาลปี๊บ พอประมาณ
 - ใบกระเพราสด 1/2 ถ้วยตวง- ใบกระเพราทอดกรอบ 1/2 ถ้วยตวง
วิธีทำกระเพราไก่ :-
1. นำพริกขี้หนู รากผักชี กระเทียม พริกไทย ที่โขลกหยาบ ๆ
ไว้แล้วลงไปผัดไฟอ่อน ๆ เร่งไฟขึ้นนำเนื้อ ไก่ลงไป ผัดต่อให้สุกใส่ใบกระเพราสดลงไปคลุกเคล้าให้เข้ากัน
2. ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาลปี๊บ พักไว้สำหรับราดหน้าไข่ทอดน้ำ

วิธีทำไข่ทอดน้ำ :-
1. ต้มน้ำผสมน้ำส้มสายชูให้เดือด
2. ตอกไข่สดลงไปในถ้วย แล้วค่อย ๆ เทลงไปในน้ำที่เดือดอยู่ ไข่ขาวจะรวมตัวเป็นลูกเอง
3. ลดไฟ และต้มต่อไปจนกระทั่งไข่ขาวเริ่มแข็งตัว
4. นำทัพพีที่มีรูตักไข่ขึ้นมา ซับน้ำให้แห้งด้วยกระดาษซับมันแล้วนำไข่ไปวางบนขนมปังที่ปิ้งและตัดขอบไว้แล้ว
5. ราดหน้าไข่ด้วยไก่ผัดใบกระเพรา
6. แต่งหน้าไข่ด้วยใบกระเพราทอดกรอบ เสริฟร้อน ๆ รับประทานเป็นอาหารเช้า



ไข่เจียวเสฉวนเจียวไข่กันแบบจีนๆ
เครื่องปรุง
- ไข่ไก่ 6 ฟอง
 - หมูสับ 50 กรัม
 - ต้นหอมสับ 2 ช้อนโต๊ะ
 - น้ำซุปไก่ 1 ถ้วย- แป้งมัน 1/2 ช้อนโต๊ะ- เกลือ 1/2 ช้อนชา
 - หน่อไม้กระป๋องสับ 60 กรัม- เห็ดหูหนูสับ 20 กรัม- ผักกาดดองสับ 20 กรัม
 - เกลือ 1 ช้อนชา- แป้งมัน 1 ช้อนโต๊ะ- น้ำ 1 ช้อนโต๊ะ
 - น้ำมันสำหรับทอด 1/2 ถ้วย
วิธีทำ
1 นำไข่ไก่ 6 ฟองมาตีกับแป้งมัน และเกลือ
 2 นำกระทะตั้งไฟใส่น้ำมันให้ร้อนไม่ต้องมากนัก ( ปานกลาง) เทไข่ลงไปแล้วลดไฟให้อ่อน ทอดไข่ข้างหนึ่ง 3 นาที เมื่อไข่ฟูเสมอกันกลับไข่ ทอดต่ออีกข้างให้เหลือง เมื่อเหลือและ กรอบนิดหน่อยตักออกแล้ว นำไปหั่นเป็นชิ้นพอคำ ใส่จานพักไว้
 3 นำกระทะอีกใบตั้งไฟใส่น้ำมันลงไปนิดหน่อย เมื่อร้อนนำหมูสับลงไปผัดให้สุก แล้วจึงใส่น้ำซุปลงไป ต้มให้เดือด ใส่หน่อไม้ เห็ดหูหนู และผักกาดดองสับ ปรุงรสด้วยเกลือ และพริกไทย เมื่อรสชาติเป็นที่พอใจแล้วทำให้ซอสข้นด้วยแป้งมันผสมน้ำ นำซอสนี้ไปราดบนไข่เจียว โรยหน้าด้วยหอมสับ เสิร์ฟร้อนๆ




ไข่เจียวญี่ปุ่น > ทามาโกะยากิ ทำเองด้ายง่ายนิดเดียว

ไข่เจียวสไตล์ญี่ปุ่น หรือไข่ม้วน (Egg roll) ไข่เจียวจะออกหวาน
ดังนั้นจะทำให้ไข่ไหม้ง่ายมากๆ ควรระมัดระวังเรื่องความร้อนด้วยนะคะ
ส่วนผสม
-ไข่ 3 ฟอง
-น้ำตาล 1 ช้อนชา
-น้ำซุป 2 ช้อนโต๊ะ
-ซอสถั่วเหลือง 2 ช้อนชา
-น้ำมันพืช 2 ช้อนชา

วิธีทำ
1. ตอกไข่ใส่ชาม
2. เติมน้ำตาล น้ำซุป ซอสถั่วเหลืองและตีให้เข้ากัน
3. เทน้ำมันใส่กระทะและรอให้ร้อน
4. ปรับความร้อนลงมาและเทไข่ลงไป 1/3 ของในชามลงไปในกระทะ
5. แผ่ไข่ให้ทั่วกระทะ
6. เมื่อไข่เกือบสุก ให้ม้วนไข่ไปทางด้านบนจนถึงขอบด้านบนของกระทะ (ชั้นที่ 1ในสุด)
7. เทส่วนผสมที่เหลือลงไปอีกครึ่งหนึ่ง และแผ่ให้ทั่วกระทะ
8. ขณะที่แผ่ไข่ให้ทั่วกระทะ ให้ตักไข่ม้วน(ชั้นที่1)มาไว้ด้านบนไข่ที่แผ่ไว้
9. เมื่อไข่ชั้นล่างเกือบสุก ให้ม้วนไข่ไปไว้ด้านบนของกระทะ (ชั้นที่ 2)
11.เทส่วนผสมที่เหลือทั้งหมด และทำแบบเดิมอีกครั้ง
12. เมื่อทำชั้นที่ 3 แล้วและม้วนแล้ว หั่นพอดีคำ พร้อมเสิร์ฟ



ไข่ตุ๋นญี่ปุ่น > อดไม่ได้ของโปรด ชาวามูชิ ไข่นุ่มๆเนียนๆ

1.ตอกไข่ใส่ชาม ตีแบบไข่เจียว
2.ใส่น้ำ(หรือจะใช้น้ำซุป) 3เท่าของปริมาณไข่
3.คนให้ไข่เข้ากะน้ำซุป
4.ปรุงรสด้วยซีอิ๊วหรือเกลือ(ถ้าใช้น้ำซุปทำให้ใช้เกลือปรุง ไม่งั้นซีอิ๊วจะทำลายกลิ่นน้ำซุป)
5.เอาส่วนผสมที่ได้มากรองฟองออก "จนฟองหมด"
6.เทใส่ชาม (อาจใส่เนื้อกุ้ง ปู แฮม ไปด้วยตามสะดวก) ตุ๋นไฟปานกลางจนกว่าจะสุก
(วิธีดูว่าสุกหรือไม่ ใช้ส้อมจิ้มไปตงกลางไข่ ถ้าไม่มีน้ำไข่ติดส้อมออกมาเปนอันใช้ได้ หรือ
ใช้ไม้จิ้มฟันจิ้มดู ถ้าไม้จิ้มฟันเปลี่ยนสีเข้มคือยังไม่สุก)



ไข่เจียวผักโขมชีส > อิตาเลียนน..น
ส่วนผสม
ไข่ไก่ 1 ฟอง
ซอสหอยนางรมตราแม็กกี้ 2 ช้อนชา
เนื้อหมูสับ 1 ช้อนโต๊ะ
ผักโขมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
มอสซาเรลลาชีส หั่นชิ้นเล็กๆ 1ช้อนโต๊ะ
น้ำมันพืชสำหรับทอด

วิธีทำ
1.ตอกไข่ ใส่ภาชนะ ตามด้วยซอสหอยนางรมตราแม็กกี้ หมูสับ มอสซาเรลลาชีส และ ผักโขม ตีพอส่วนผสมเข้ากันดี
2.ใส่น้ำมันพืชลงกระทะพอร้อน นำส่วนผสมลงทอดไฟปานกลางพอสุกเหลืองทั้งสองด้าน



ไข่เจียวมันฝรั่ง
ไข่เจียวมันฝรั่ง > เข้ากันได้อย่างไม่น่าเชื่อ

ส่วนผสม
มันฝรั่ง 500 กรัม
ไข่ไก่ 2 ฟอง
กระเทียมสับละเอียด   6 กลีบ
ผักชีสับละเอียด (ไม่ใช้ราก)   1 ช้อนโต๊ะ
เนยสด   1 ช้อนโต๊ะ
เกลือป่น  1 ช้อนชา
พริกไทยป่น 1 ช้อนชา
น้ำมันพืช 3 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
1. นำมันฝรั่ง มาปอกเปลือก ล้างน้ำ แล้วหั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าเล็กๆ
2. นำกระทะตั้งไฟ ใส่น้ำมันลงไป เมื่อร้อน นำมันฝรั่งลงไปทอดให้เหลือง แล้วตักขึ้น พักไว้บนกระดาษซับน้ำมัน       
3. ในกระทะเดียวกัน เทน้ำมันออก เหลือติดไว้เล็กน้อย แล้วนำผักชี กระเทียม พริกไทย เกลือ ใส่ลงไป คนให้สุกทั่วกัน
4. นำมันฝรั่งทอด ที่พักไว้ใส่ลงไปในกระทะ ตามด้วยใส่เนยสด ลงไปข้างๆ มันฝรั่งวนไปรอบๆ เพื่อให้เนยละลายเข้าไปในมันฝรั่งเสียก่อน จึงเทไข่ที่ตีจนขึ้นฟูไว้แล้วลงไปให้กลบมันฝรั่ง กะว่าพอเหลืองค่อยกลับพลิกอีกด้านให้เหลือง
5. ตักขึ้นใส่จาน เสิร์ฟกับซอสมะเขือเทศ รับประทานกับข้าวสวยร้อนๆ

5
ผักต่างๆที่มีสีเขียวจะมีองค์ประกอบที่เรียกว่า โคโรฟิลล์ (Chlorophyll) ซึ่งเป็นสารที่ให้ความเขียวในพืชอยู่จำนวนมาก สารนี้จะไม่ทนกรด และความร้อน เมื่อเรานำผักหุงต้มเป็นเวลานานเท่าไหร่สีเขียวนี้จะเปลี่ยนเป็นสีเขียวขี้ม้า และสีน้ำตาลเป็นลำดับ จึงควรต้ม หรือลวกผักในเวลาที่พอเหมาะ ดังนี้ ต้มน้ำพร้อมเกลือและน้ำตาล (น้ำ 1 ถ้วยตวง,เกลือ 1 ช้อนชา,น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา) ให้เดือดพล่าน ใช้ไฟแรง ใส่ผักสีเขียว เช่น ถั่วแขก ถั่วฝักยาว ผักคะน้า ผักกาดเขียว กวางตุ้ง ฯลฯ ลงในน้ำเดือดเป็นเวลา 2 นาที เทใส่กระชอน แล้วนำลงแช่ในน้ำเย็นจัด เพื่อหยุดการเปลี่ยนแปลงของผักทันที เราจะได้ผักที่ยังคงความเขียวสดใสและรสชาติไม่จืดชืดค่ะ

http://www.roithai.com/th/tips-details.php?id=16
 

6
อาหารที่หุงต้มด้วยวิธีทอดมีหลายชนิดด้วยกัน แต่ละชนิดก็จะมีองค์ประกอบ ที่แตกต่างกันผู้ทอดอาหารควรจะทราบถึงของที่จะทอดและน้ำมันที่ใช้ทอด

ของที่จะทอด
1. จะต้องแห้ง ที่ผิวของอาหารไม่มีน้ำฉ่ำที่ผิว
2. อาหารที่มีน้ำตาลเป็นเครื่องปรุงจะอมน้ำมันได้มากกว่าอาหารที่ไม่มีน้ำตาล
3. เนื้อสัตว์หรือผักหากเคลือบผิวด้วยแป้งแห้งหรือไข่และขนมปังป่นแป้งผสมกับน้ำเหลวๆ จะช่วยให้ตัวอาหารอมน้ำมันน้อยลง เมื่อใช้อุณหภูมิทอดที่พอเหมาะ

น้ำมันที่ใช้ทอด
1. น้ำมันที่ทอดแบบใช้น้ำมันมาก ต้องเป็นน้ำมันที่มีจุดเกิดควันสูง เช่นน้ำมันปาล์ม
2. อุณหภูมิเหมาะสมกับอาหารที่ทอด เช่น ทอดข้าวเกรียบกุ้งต้องใช้ไฟแรง ทอดอาหารชุบแป้งทอดใช้ไฟปานกลาง เมื่ออาหารสุกหรือแป้งเปลี่ยนเป็นสี น้ำตาลทองแล้วตักขึ้นแล้วควรตะแคงชิ้นอาหารไว้ข้างกระทะชั่วครู่ เพื่อให้น้ำมันที่ร้อนไหลออกให้มากที่สุดแล้วจึงวางบนตะแกรง และอย่าตักอาหารที่ทอดเสร็จใหม่วางทับข้างบนเพราะน้ำมันจากชิ้นใหม่จะไหลลงไปแล้วอาหารที่อยู่ข้างล่างซึ่งเริ่มเย็นกว่าจะดูดซับน้ำมันที่ได้รับ จากนั้นนำมาวางบนกระดาษซับน้ำมันอีกครั้ง
 

http://www.roithai.com/th/tips-details.php?id=18


7
เคล็ดลับ สาระน่ารู้ / เคล็ดลับการต้มไข่
« เมื่อ: 25 กุมภาพันธ์ 2016, 11:54:34 »
ถ้าต้องการไข่ต้มที่ปอกแล้วผิวเรียบผิวเรียบเนียนทั้งฟอง และมีไข่แดงอยู่ ตรงกลางเมื่อผ่าเป็นซีก ควรทำดังนี้ คือ
1. เลือกใช้ไข่เก่าสำหรับต้ม ควรเป็นไข่อายุ 4-5 วันขึ้นไป เมื่อต้มแล้วเมื่อปอกจะไม่ติดเปลือก
2. หากไม่แน่ใจในอายุของไข่ ควรใส่เกลือลงในน้ำต้มให้มากหน่อย เช่น ใช้น้ำ 2-3 ถ้วยตวง ควรใส่เกลือ 1-2 ช้อนโต๊ะ เกลือจะทำให้ไข่หดตัวแยกออกจากเปลือกเมื่อต้ม
3. เมื่อไข่สุกตักขึ้นแช่น้ำเย็นจัดทันที นอกจากจะหยุดไม่ให้ความร้อนทำให้เกิดผิวของไข่แดงคล้ำลงแล้วยังช่วยให้ไข่ขาวหดตัวแยกออกจากเปลือกด้วย
4. วิธีต้ม นำไข่ใส่หม้อใส่น้ำให้ท่วมไข่อย่างน้อย 1 นิ้ว ตั้งไฟให้น้ำเดือดพล่าน ขณะนี้ควรคนไข่บ่อยๆ เพื่อป้องกันไม่ให้ไข่แดงติดอยู่ด้านใดด้านหนึ่ง ไข่แดงจะได้อยู่ตรงกลาง เมื่อน้ำเดือดเต็มที่ปิดไฟ หรือ ยกหม้อลง ปิดฝาหม้อพักไว้ 15 นาที ตักขึ้นแช่น้ำเย็นไว้ทันที เพื่อให้ได้ผลตามข้อ 3
 
http://www.roithai.com/th/tips-details.php?id=19

8
การเลือกซื้อเนื้อวัวให้เหมาะกับอาหารประเภทนั้น ผู้ซื้อจะต้องทราบว่าเนื้อวัวส่วนใดเปื่อยนุ่ม ส่วนใดเหนียว การแบ่งส่วนของเนื้อของไทยกับของต่างประเทศก็ต่างกันเพราะวิธีการหุงต้มแตกต่างกันถ้าจะให้เข้าใจง่ายๆ เนื้อวัวแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ เนื้อนุ่ม และเนื้อเหนียว
    เนื้อนุ่ม เหมาะสำหรับอาหารที่ใช้เวลาหุงต้มสั้นๆ เช่นการทอด(พอสุก) การผัด หรือใช้ทำลาบ(ควรทำให้สุกในระยะเวลาสั้นๆจึงอร่อย)
    เนื้อเหนียว เหมาะสำหรับทำอาหารที่ต้องต้มเคี่ยวเป็นเวลานาน จนเนื้อนั้นเปื่อยนุ่มด้วยความร้อนจึงจะมีความอร่อย นอกจากความร้อน ความเป็นกรด คือน้ำแกงมีสภาพเป็นกรดอ่อนๆจะช่วยให้เนื้อนุ่มเร็วขึ้น
    ตัวอย่างเช่น เนื้อน่องและเนื้อขาที่มีพังพืดแทรกอยู่มากควรใช้ทำเนื้อเปื่อย โดยต้มทั้งชิ้น ใหญ่ด้วยไฟอ่อนๆ อาจใส่มะเขือเทศลงต้มด้วย(เพื่อเพิ่มกรด) เมื่อเปื่อยดีแล้วจึงนำมาหั่นเป็นชิ้นพอคำ
    เนื้อสำหรับทำแกงต่างๆ ควรเลือกใช้เนื้อติดมัน ถ้าเหนียวควรรวนกับใบมะกรูด กะทิและน้ำปลาจนเปื่อยนุ่มแล้วจึงแกง เนื้อที่นิ่มมากเช่น เนื้อสันใน เนื้อสันนอกเป็นเนื้อที่ไม่มีไขมันแทรกเมื่อนำมาแกงสุกแล้วเนื้อจะแห้ง ผู้ปรุงอาหารต้องเลือกตามที่ต้องการแล้วใช้เทคนิคในการทำช่วยจะได้อาหารที่อร่อยตามต้องการ

http://www.roithai.com/th/tips-details.php?id=21

9
   เครื่องปรุงหลักของพล่าคือ เนื้อสัตว์ดิบ หรือสุกๆดิบๆ จึงต้องใช้รสเปรี้ยวจากมะนาวหรือน้ำมะขามเปียกช่วยดับคาวและช่วยทำให้สีของเนื้อสัตว์ดิบเปลี่ยนเป็นสีที่ซีดลงจนมองเหมือนเนื้อสุก และต้องให้เผ็ดเพื่อกลบรสดิบของเนื้อสัตว์อีกทางหนึ่ง รสเค็มจะช่วยดึงรสทั้งสองให้กลมกล่อมดีขึ้น พล่าจึงต้องมีรสเปรี้ยว เค็มและเผ็ดไม่เติมรสหวาน แต่จะได้รสหวานจากเนื้อสัตว์ดิบ ผักชูกลิ่นที่ใช้ในพล่านิยมใช้ ตะไคร้หั่นบาง สะระแหน่ ผักชีดอยเป็นหลัก ผักเหล่านี้ช่วยกลบกลิ่นคาวได้ดี
         ส่วนยำเครื่องปรุงหลักหากเป็นเนื้อสัตว์ต้องทำให้สุกก่อนส่วนตำรับที่ใช้ผักสามารถใช้ได้ทั้งผักสดและผักต้ม รสชาติของยำ คือ เปรี้ยว เค็มและหวาน อาจเสริมเผ็ดเพิ่มแต่เผ็ดเพียงเล็กน้อย เครื่องปรุงเสริมจะมีหลายชนิดตามความเหมาะสมของเครื่องปรุงหลัก เช่น มะพร้าวคั่ว กุ้งแห้งป่น หัวกะทิ ถั่วลิสง/เม็ดมะม่วงหิมพานต์ หัวหอมเจียว ผักชูกลิ่นนิยมใช้ผักชี หัวหอมซอย บางตำรับอาจใช้โหระพาหรือต้นหอมหรือสะระแหน่บ้างเล็กน้อย

credit: http://www.roithai.com/th/tips-details.php?id=22

10
 1. เตรียมปลาที่จะทอดให้พร้อม อาจทอดทั้งตัว หรือแล่ออกเป็นซีก หรือหั่นตามขวางตัวเป็นแว่นหนาพอควร จากนั้นเคล้าเกลือป่นและเครื่องปรุงเสริมรสอื่นๆ เกลือจะช่วยให้เนื้อปลาแข็งตัวขึ้นจะสะดวกต่อการทอด ควรพักไว้ประมาณ 2 นาทีหลังจากเคล้าเกลือ

                2. ตั้งกระทะให้ร้อนจดเสียก่อนจึงใส่น้ำมัน เมื่อกระทะร้อนโลหะจะขยายตัวเมื่อใส่น้ำมันลงไปน้ำมันจะแทรกหล่ออยู่ตามภาชนะเมื่อน้ำมันร้อนจึงใส่ปลาที่เตรียมไว้ อย่าขยับปลาเด็ดขาด ปล่อยให้ปลาเริ่มสุกและเหลืองดีแล้วค่อยกลับด้านปลาแล้วจึงทอดปลาให้เหลืองดีทั้งสองด้าน เมื่อเหลืองแล้วตักขึ้นซับน้ำมันโดยกระดาษซับมัน
 
credit: http://www.roithai.com/th/tips-details.php?id=23

11
เมื่อจะซื้อไข่ไก่ควรซื้อไข่ที่ใหม่ สังเกตจากผิวของไข่ ไข่ใหม่ที่ฟองไข่จะแลเห็นว่ามีนวลสีขาวเคลือบอยู่ คล้ายทาแป้งนวล หากเก็บไว้หลายวันแป้งที่เคลือบอยู่นี้จะหลุดร่วงไปเรื่อยๆจนมีความมันเกิดขึ้น ผิวของเปลือกไข่ก็จะมองดูเป็นมัน
         หากต่อยไข่ออกจากเปลือกจะเห็นว่าไข่แดงกลมนูนส่วนไข่ขาวจะรวมตัวเกาะกันเป็นก้อนล้อมไข่แดงอยู่ส่วนหนึ่งและมีอีกส่วน(เพียงเล็กน้อย)จะอยู่ในสภาพเป็นของเหลวใส ไข่ลักษณะนี้ คือ ไข่ใหม่ หากเป็นไข่เก่าไข่แดงจะแบนราบไข่ขาวจะกลายเป็นของเหลวใสเพิ่มขึ้นตามความเก่าของไข่จะไหลแผ่ออกเป็นวงกว้าง
         เมื่อซื้อไข่มาควรเก็บในตู้เย็นทันทีในที่เก็บไข่ โดยวางเอาทางด้านป้านขึ้น เพราะโพรงอากาศในไข่จะเกิดขึ้นด้านป้านหากเอาด้านแหลมตั้งขึ้น อากาศที่เกิดขึ้นระหว่างการเก็บจะลอยขึ้นด้านบนอีกโพรงหนึ่ง หากนำไปต้มจะปรากฏว่ามีโพรงอากาศอยู่ทั้ง 2 ด้าน และไม่ควรล้างไข่ก่อนเก็บเพราะถ้านำไปล้างผงแป้งที่เคลือบผิวไข่ก็จะหลุดออกทำให้โพรงพรุนที่เปลือกไข่เปิดออกอากาศและเชื้อจุลินทรีย์ต่างๆก็จะเข้าไปในไข่ได้และจะทำให้ไข่เสียได้เร็วขึ้น

credit: http://www.roithai.com/th/tips-details.php?id=24

12
  น้ำมัน ถ้าพูดถึงคนสมัยก่อนแต่โบราณก็จะเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นสักเท่าไหร่ น้ำมันกับสมัยยุคปัจจุบันนั้นจำเป็นอย่างยิ่ง ทุกบ้าน จำเป็นต้องมีติดครัวเรือนขาดไม่ได้ วัน ๆ หนึ่ง น้ำมันนั้นมีมากมายหลายชนิดถึงจะรู้ ว่ารับประทานกันเข้าไปมาก ๆ นั้นไม่ค่อยดีกับสุขภาพแต่ก็มักจะขาดกันไม่ได้ ถึงน้ำมันจะมีประโยชน์น้อย ถ้าเรารับประทานเข้าไปมาก ๆ ก็จะสะสมอยู่ภายในร่างกายของเราจนทำให้เราอ้วนและเป็นโรค แต่ถ้าบ้านไหนรับประทานอย่างถูกหลักอนามัย ก็สามารถลดปัญหาตรงนี้ไปได้เยอะทีเดียว บางครอบครัวจะใช้น้ำมันเยอะ ถึงกับว่าเวลาซื้อก็จะซื้อเป็นลัง ๆ เก็บไว้รับประทานเยอะ ๆ แต่ว่าเก็บไว้นาน ๆ ก็จะมีกลิ่นเหม็นเวลาเอามาปรุงอาหาร ถ้าน้ำมันที่ใช้แล้วก็จะมีกลิ่นที่ชวนไม่พึงประสงค์ เพียงใช้หนเดียวเท่านั้น วิธีที่จะแนะนำรับรองว่าดับกลิ่นน้ำมันได้ดี โดยการใช้ใบเตยไปทอดกับน้ำมันก็จะไม่มีกลิ่นให้รบกวนเลย ไม่ว่ากลิ่นเหม็นแค่ไหน ฉุนมาก ๆ ก็แก้ได้ หรือจะใช้อีกวิธีก็ได้ คือ การทุบหัวหอมแดงลงไปคลุกเคล้ากับน้ำมันเวลาปรุงอาหาร หัวหอมแดงจะช่วยดับกลิ่นอยู่ชะงัดเหมือนกัน ลองทำกันดูนะคะ

credit: http://www.roithai.com/th/tips-details.php?id=25

13
การที่จะทำแกงจืด หรือก๋วยเตี๋ยวน้ำให้อร่อย เคล็ดลับ สำคัญอยู่ที่ความหอมหวานของน้ำซุป การต้มน้ำซุปให้มีรสอร่อย ต้องเริ่มที่ความสดของกระดูกซี่โครงไก่ โดยใช้สัดส่วนอยู่ที่ประมาณซี่โครงไก่ 1 กิโลกรัม ต่อน้ำประมาณ 7 - 8 ถ้วยตวง สับซี่โครงเป็นชิ้นใหญ่ๆ ล้างเศษเลือดและสิ่งสกปรกออก ต้มน้ำให้เดือด ใส่ซี่โครงลงไป รอจนน้ำเริ่มเดือดอีกครั้งให้หรี่ไฟอ่อนๆ แล้วคอยช้อนฟองออก ถ้าน้ำพร่องให้เติมน้ำลงไปบ้างเคี่ยวประมาณ 40-50 นาที จะได้น้ำซุปใส หอมหวาน

credit: http://www.roithai.com/th/tips-details.php?id=26

14
คุณรู้หรือไม่ การจะทำให้กุนเชียงนุ่มอร่อย ต้องต้มน้ำให้เดือด แล้วนำกุนเชียงที่จะทอดลงต้มจนสุก จึงตักขึ้นวางบนตะแกรงให้สะเด็ดน้ำจนแห้งสนิท นำกุนเชียงไปทอดไฟกลาง ก็จะได้กุนเชียงที่กรอบนอกนุ่มในแสนอร่อย ง่ายๆเพียงแค่นี้

credit: http://www.roithai.com/th/tips-details.php?id=29

15
วิธีเลือกซื้ออาหารทะเล เพื่อใช้ทำอาหารไทย อย่าง กุ้ง หอย ปู ปลา ปลาหมึก เป็นวัตถุดิบชั้นเลิศที่ถูกนำมาประกอบอาหารไทย ซึ่งของทะเลทั้งหลาย สามารถนำมาทำอาหารได้หลากหลายเมนู ในการเลือกวัตถุดิอย่างของทะเล จึงต้องมีความสด สะอาด และปลอดภัยต่อผู้บริโภค มีเคล็ดลับในการเลือกซื้อ การล้างทำความสะอาดเพื่อลดกลิ่นคาว หรือวิธีการเก็บรักษา โดยมีวิธีง่ายๆ เหมาะสำหรับคุณแม่บ้านที่กำลังมองหาวิธีเลือกซื้อของทะเลเพื่อนำมาทำอาหารไทย

ปลา วิธีเลือกปลาทะเล ควรเลือกโดยการสัมผัสตัวปล าและใช้นิ้วกดลงที่ตัวปลา ปลาที่มีความสดจะต้องไม่ยุบบุ๋ม เกล็ดปลาแน่นไม่หลุดมีความมันเงาของเกล็ดปลา ตาปลาใสไม่ขุ่น และเหงือกปลามีแดงสด อาหารไทย ที่นำปลาทะเลมาเป็นวัตถุดิบ ในการประกอบอาหารก็มีต้มยำปลากะพง ปลาเก๋าสามรส ซึ่งมักมีรสชาติจัดจ้าน

ปลาหมึก การเลือกซื้อปลาหมึกควรเลือกที่ตัวกลมกลึงไม่แบนลีบ เนื้อแน่น ไม่เละ ตัวปลาหมึกใส ตาจะต้องไม่ขุ่น ปลาหมึกนิยมนำไปทำ อาหารไทย เช่น ปลาหมึกไข่นึ่งมะนาว โดยนำปลาหมึกมาล้างทำความสะอาด และควรบั้งตัวปลาหมึกเพื่อให้น้ำมะนาวซึมเข้าตัวปลาหมึกเพื่อรสชาติที่กลมกล่อม

กุ้ง วิธีเลือกกุ้ง เลือกที่หัวติดกับลำตัวของกุ้ง เปลือกกุ้งจะต้องใสมองเห็นมันกุ้ง เนื้อแน่นไม่นุ่มเละ ตาใส อาหารไทย อย่างแกงส้มกุ้งชะอมชุบไข่ทอด ต้มยำกุ้ง มักจะใช้ทั้งกุ้งทะเล และกุ้งแม่น้ำตามความชอบของผู้รับประทาน

ปู เลือกปูที่มีน้ำหนักตัวมาก พลิกหงายดูท้องปูจะต้องมีสีเหลืองอ่อน และใช้นิ้วกดท้องต้องแข็งไม่บุ๋ม แสดงว่าเป็นปูที่มีเนื้อแน่นมาก สำหรับการนำปูมาทำเป็นวัตถุดิบในการประกอบอาหาร อาหารไทย เช่น ปูหลน ปูผัดผงกะหรี่ ซึ่งใช้ส่วนเนื้อของปูมาทำ

หอย วิธีเลือกซื้อหอยจะต้องเลือกหอยที่ฝาปิดสนิท ไม่มีกลิ่นเหม็นฉุน เนื้อหอยจะต้องมีสีสดไม่ซีด อาหารไทย ที่ใช้หอยในการประกอบอาหาร เช่น แกงสัปปะรดหอยแมลงภู่ ซึ่งเป็นอาหารประเภทแกงพื้นบ้าน รสชาติของหอยจะตัดกับรสเปรี้ยวของสัปปะรด

การเลือกใช้ของทะเลเพื่อนำมาปรุงอาหารไทยเป็นสิ่งที่คุณแม่บ้านต้องรู้ เพราะจะได้วัตถุดิบที่ดี ของทะเลที่ดีดีต้องสด สะอาด เพื่อเพิ่มรสชาติให้อาหารอร่อยขึ้น และที่สำคัญอีกอย่างคือ วิธีการทำของทะเลให้ไม่มีกลิ่นคาวโดยการนำของทะเลไปต้มในน้ำเดือดจัด เพื่อชะล้างกลิ่นคาว เพราะกลิ่นคาวจะทำให้อาหารมีความน่ารับประทานน้อยลง

credit: http://www.thaifooddb.com/tips/tips099_seafood_buying_technique.html

หน้า: [1] 2 3