การดูแลรักษาเครื่องปรับอากาศ (Maintenance) ?
- +



ของในห้องแจกของแจกฟรีทุกชิ้น

^ประกาศ pordoo.com คือเว็บสำหรับแจกสิ่งของ สมาชิกสะสมพอยท์ภายในเว็บเพื่อนำไปแลกของรางวัลที่ต้องการ
พอยท์ได้มาจากไหนบ้าง?
1.สมัครสมาชิกรับ 100 พอยท์
2.รับจากAdmin สัปดาห์ละ 100 พอยท์
3.สมาชิกคนอื่นกดให้พอยท์ (กดที่กล่องของขวัญ)
แจก 2,000 พอยท์ทุกสัปดาห์ คลิ้กเลย

ผู้เขียน หัวข้อ: การดูแลรักษาเครื่องปรับอากาศ (Maintenance) ?  (อ่าน 70 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ MasterTopic starter

  • "อาจจะเหนื่อยล้าและมีผิดหวัง แต่ยังมีพรุ่งนี้ให้เราได้เริ่มกันใหม่ ทุกชีวิตที่อยู่ในเมืองนี้ สักวันก็คงได้สมดังใจ ... "
  • Global Moderator
  • Sr. Member
  • *****
  • กระทู้: 481
  • คะแนน: 0
    • ดูรายละเอียด
  • คอมเมนต์สินค้า: (0)
การดูแลรักษาเครื่องปรับอากาศ (Maintenance) ?
« เมื่อ: 13 พฤศจิกายน 2017, 16:15:09 »
 เพื่อให้เครื่องปรับอากาศทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ และมีอายุการใช้งานยาวนาน จึงควรหมั่นดูแลบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งวิธีการก็มีทั้ง แบบที่ทำเองได้ และต้องทำโดยช่างผู้ชำนาญ
การทำความสะอาดเบื้องต้นด้วยตนเอง ทำได้โดยการถอดแผ่นกรองอากาศ(Filter) มาล้างทำความสะอาดด้วยน้ำเปล่า แล้วใส่กลับคืน ซึ่งอาจจะทำสัปดาห์ละครั้ง หรือ เดือนละ 2 ครั้งขึ้นอยู่กับสภาพการใช้งาน และความสกปรก
การรักษาแผ่นกรองให้สะอาดอยู่เสมอนั้นทำให้การระบายลมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งนอกจากจะช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องแล้ว ยังช่วยประหยัดพลังงานอีกด้วย
know3-1
การทำความสะอาดภายในโดยช่างผู้ชำนาญ เป็นสิ่งที่ควรทำอย่างสม่ำเสมอเช่นกัน แต่อาจไม่บ่อยเท่ากับการทำความสะอาดด้วยตนเอง โดยอาจจะทำ 3-6 เดือนต่อครั้ง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม และการใช้งาน การล้างภายในต้องใช้ช่างผู้ชำนาญ
 เนื่องจากต้องมีการถอดชิ้นส่วนบางชิ้น เช่นถอดถาดน้ำทิ้งมาล้างเพื่อให้น้ำทิ้งไหลได้สะดวก และใช้ปั๊มน้ำแรงสูงฉีดทำความสะอาดแผงคอยล์
 การตรวจเช็คสภาพ เป็นการตรวจเช็คระบบทั่วไป ซึ่งโดยมากแล้วจะทำพร้อมกับการล้างภายในโดยช่างผู้ชำนาญ
 • วัดความดันน้ำยาในระบบว่าเพียงพอหรือไม่
 • ตรวจระบบไฟฟ้า เช่นสภาพของสายไฟ
 • หยอดน้ำมันมอเตอร์พัดลมทั้งที่คอยล์ร้อน และคอยล์เย็น
 • ตรวจสอบและซ่อมแซมฉนวนหุ้มท่อน้ำยาที่เชื่อมต่อระหว่าง คอนเดนซิ่งยูนิต และแฟนคอยล์ยูนิต
 
ที่มา: https://www.daikin.co.th/service-knowledge/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9a%e0%b8%b3%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%a3/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24 พฤศจิกายน 2017, 13:48:25 โดย Master »

ออฟไลน์ MasterTopic starter

  • "อาจจะเหนื่อยล้าและมีผิดหวัง แต่ยังมีพรุ่งนี้ให้เราได้เริ่มกันใหม่ ทุกชีวิตที่อยู่ในเมืองนี้ สักวันก็คงได้สมดังใจ ... "
  • Global Moderator
  • Sr. Member
  • *****
  • กระทู้: 481
  • คะแนน: 0
    • ดูรายละเอียด
  • คอมเมนต์สินค้า: (0)
Re: การบำรุงรักษาเครื่องปรับอากาศ (Maintenance) ?
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: 16 พฤศจิกายน 2017, 23:58:32 »
การใช้งานเครื่องปรับอากาศไประยะเวลาหนึ่ง จะเกิดการอุดตันของฝุ่นเนื่องจากการหมุนเวียนอากาศจากภายนอกที่ต้องมีฝุ่นปะปนเข้ามา
ทำให้การล้าง แอร์บ้าน และการดูแลแอร์เบื้องต้นเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ที่ต้องการยือดอายุการใช้งานของเครื่องปรับอากาศภายในบ้าน บทความของเราวันนี้จึงมีวิธีดูแลรักษาแอร์อย่างถูกวิธีเพื่อยืดอายุการใช้งานมาฝากทุกท่าน


ยืดอายุการใช้งานแอร์บ้าน

ปกติแล้ว แอร์บ้าน ที่นิยมใช้จะมี 2 ประเภทแบ่งตามการติดตั้งแอร์ คือ แอร์แบบติดผนังและแอร์แบบแขวน ซึ่งไม่ว่าจะเป็นแอร์แบบใดก็ควรได้รับการดูแลที่ถูกต้องทั้งการดูแลเบื้องต้นด้วยตัวคุณเองและจากช่างมืออาชีพ นอกจากนี้ยังต้องมีการบำรุงรักษาส่วนประกอบต่างๆ คือ

1. เมื่อทำการล้าง แอร์บ้าน ต้องอย่าลืมล้างฟิลเตอร์ด้วยทุกครั้ง เพราะฟิลเตอร์คือด่านแรกที่ใช้ในการกรองอากาศก่อนเข้าสู่ตัวเครื่องส่วนอื่นๆ ทำให้เกิดการสะสมของฝุ่นจำนวนมากและยังอุดตันได้เร็วกว่าอุปกรณ์ส่วนอื่นอีกด้วย การล้างฟิลเตอร์ทำได้โดยถอดชิ้นส่วนบริเวณนี้ออกมาล้างฝุ่นให้สะอาดแล้วนำไปผึ่งแดดให้แห้ง จากนั้นจึงนำกลับเขาไปใส่ใหม่เมื่อแห้งสนิท ควรล้างบ่อยๆ ทุกอาทิตย์หากเป็นไปได้

2. ทำการล้างคอมเพรสเซอร์ทุกครั้งที่ล้างแอร์ บางคนอาจสนใจเฉพาะตัวแอร์จนลืมไปว่าคอมเพรสเซอร์เองก็เป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่สำคัญและทำงานหนักจนเกิดการสะสมของฝุ่นละอองได้เช่นเดียวกัน วิธีการล้างคอมเพรสเซอร์แอร์คือฉีดสายยางลักษณะเฉียงลงตรงส่วนรังผึ้งเพื่อไล่ฝุ่นออก ไม่ควรทำการฉีดไปที่ใบพัดลมโดยตรง

3. การติดตั้งแอร์ควรเลือกติดตั้งในพื้นที่โล่ง ยิ่งตรงส่วนช่องระบายลมไม่ควรนำสิ่งของต่างๆ มากั้นขวางทางลม เพราะจะทำให้ประสิทธิภาพในการระบายอากาศของแอร์ลดลง ส่งผลให้เครื่องทำงานหนักและเสียเร็วขึ้น แถมยังทำให้เปลืองพลังงานมากขึ้นอีกด้วยนั่นเอง
และนี่ก็คือข้อควรปฏิบัติในการดูแลแอร์อย่างถูกต้องตั้งแต่การติดตั้งแอร์และการล้างแอร์ เราไม่ควรมองข้ามเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้เด็ดขาด เพราะการเอาใจใส่เครื่องปรับอากาศประจำบ้าน จะช่วยให้เราประหยัดค่าไฟ ประหยัดพลังงาน และยังช่วยยืดอายุการใช้งานของแอร์บ้านให้ยาวนานขึ้นโดยไม่ต้องเปลืองการบำรุงรักษาหากเกิดอาการขัดข้อง


ที่มา: https://www.helpdee.com/blog/%e0%b9%81%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24 พฤศจิกายน 2017, 13:49:06 โดย Master »

ออฟไลน์ MasterTopic starter

  • "อาจจะเหนื่อยล้าและมีผิดหวัง แต่ยังมีพรุ่งนี้ให้เราได้เริ่มกันใหม่ ทุกชีวิตที่อยู่ในเมืองนี้ สักวันก็คงได้สมดังใจ ... "
  • Global Moderator
  • Sr. Member
  • *****
  • กระทู้: 481
  • คะแนน: 0
    • ดูรายละเอียด
  • คอมเมนต์สินค้า: (0)
เคล็ดลับดูแล เครื่องปรับอากาศประจำบ้าน
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: 17 พฤศจิกายน 2017, 00:09:24 »
เครื่องปรับอากาศ ประเทศไทยเป็นเมืองร้อนที่อากาศทั้งร้อนและอบอ้าวแทบจะตลอดเวลา ดังนั้นการติดตั้งแอร์ประจำบ้านจึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับทุกครัวเรือน

เครื่องปรับอากาศหรือแอร์ที่ถูกใช้งานบ่อยๆ ก็อาจทำให้เกิดการเสื่อมสภาพหรืออาจต้องพบปัญหาขัดข้องตามมาได้ ดังนั้นการดูแลส่วนประกอบต่างๆ ของแอร์เพื่อป้องกันปัญหาเหล่านั้นจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ไม่ควรละเลย

1. แผงขดท่อคอยล์เย็น
อุปกรณ์ชนิดนี้มีหน้าลักษณะเป็นท่อขดอยู่ภายในเครื่อง ซึ่งมักถูกฝุ่นละอองขนาดเล็กที่ลอดผ่านฟิลเตอร์เข้ามาสะสมอยู่ เมื่อมีการใช้งานไปนานขึ้น ฝุ่นที่สะสมก็จะจับตัวหนาและทำให้อากาศไม่สามารถผ่านไปได้ เพราะฉะนั้นจึงควรล้างแอร์และทำความสะอาดบริเวณแผ่นอะลูมิเนียมที่ครอบขดท่ออยู่เสมอ

2. ใบพัดลมคอยล์เย็น
ใบพัดลมคอยล์เย็น เป็นตัวขับเคลื่อนที่ทำให้เกิดการเคลื่อนที่ของลม มักเกิดการจับฝุ่นละอองที่มาจากแผงกรองอากาศหรือฟิลเตอร์ หากพัดลมเกิดการสะสมและจับฝุ่นหนามากๆ จะทำให้ส่งลมเย็นออกมาได้น้อย นอกจากนี้ยังทำให้เครื่องปรับอากาศส่งเสียงดังขณะทำงาน จึงควรล้างแอร์และทำความสะอาดใบพัดลมด้วยทุกครั้ง

3. แผงกรองฝุ่นหรือฟิลเตอร์
ฟิลเตอร์เป็นปราการดักจับฝุ่นด่านแรกเมื่อเครื่องปรับอากาศนำอากาศจากภายนอกเข้ามา เพื่อลดฝุ่นและสิ่งแปลกปลอมที่จะเข้าไปสู่ตัวเครื่อง เพราะฉะนั้นจึงต้องทำการดูแลความสะอาดฟิลเตอร์ทุกครั้งที่มีการล้างแอร์ เพราะหากฟิลเตอร์อุดตัน อาจส่งผลให้อากาศไม่หมุนเวียน มีน้ำแข็งเกาะและเกิดน้ำหยดจากตัวเครื่องปรับอากาศได้ การล้างทำความสะอาดฟิลเตอร์ควรทำบ่อยๆ ทุกหนึ่งถึงสามเดือน

4. ท่อน้ำทิ้งและถาดรับน้ำ
ท่อน้ำทิ้งและถาดรับน้ำเป็นตัวช่วยรองรับน้ำที่เกิดจากการกลั่นหยดน้ำของอากาศในห้อง หากถาดรับน้ำไม่ได้รับการดูแลหรือการทำความสะอาดจากการล้างแอร์เป็นเวลานาน จะทำให้เกิดเมือกสะสมอยู่ตามถาด และยังเป็นแหล่งสะสมฝุ่นรวมทั้งเชื้อโรคและเชื้อราต่างๆ ซึ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพของเรา เพราะฉะนั้นห้ามละเลยการล้างบริเวณถาดรับน้ำและท่อน้ำทิ้งเด็ดขาด

5. โครงเครื่อง หน้ากากรับและจ่ายลม
การเลือกพื้นที่ติดตั้งแอร์ที่ดีจะช่วยลดปัญหาที่อาจเกิดกับตัวโครงเครื่องได้ แต่เมื่อใช้ไปนานๆ ก็อาจทำให้เกิดการสะสมของฝุ่นบริเวณตัวโครงและหน้ากากสำหรับรับและจ่ายลม ซึ่งบริเวณทั้งสามเป็นบริเวณที่มีฝุ่นเกาะได้ง่าย ดังนั้นจึงควรล้างแอร์และทำความสะอาดบริเวณนี้บ่อยๆ


ที่มา: https://www.helpdee.com/blog/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a8-%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%94%e0%b8%b9/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24 พฤศจิกายน 2017, 13:49:26 โดย Master »

ออฟไลน์ MasterTopic starter

  • "อาจจะเหนื่อยล้าและมีผิดหวัง แต่ยังมีพรุ่งนี้ให้เราได้เริ่มกันใหม่ ทุกชีวิตที่อยู่ในเมืองนี้ สักวันก็คงได้สมดังใจ ... "
  • Global Moderator
  • Sr. Member
  • *****
  • กระทู้: 481
  • คะแนน: 0
    • ดูรายละเอียด
  • คอมเมนต์สินค้า: (0)
เคล็ดลับการยืดอายุการใช้งานของเครื่องปรับอากาศ
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: 24 พฤศจิกายน 2017, 13:50:08 »
ในช่วงอากาศร้อนแบบนี้ที่พึ่งเดียวที่จะทำให้เราอยู่ในบ้านได้ก็คงไม่พ้นการติดตั้งเครื่องปรับอากาศ จะเห็นได้ว่าแทบทุกบ้านจะต้องมีเครื่องปรับอากาศอยู่ในบ้านเฉลี่ยอย่างน้อยบ้านละ 1 เครื่องอย่างแน่นอน แต่เมื่อใช้ไปนานๆหลายคนคงจะประสบปัญหาเครื่องปรับอากาศเริ่มไม่เย็นหรือว่าประสิทธิภาพในการทำงานเริ่มแย่ลง ซึ่งถ้าคุณต้องการยืดอายุการใช้งานของเครื่องปรับอากาศให้นานยิ่งขึ้น คุณควรที่จะรู้จักวิธีการดูแลรักษาเบื้องต้นก่อนคะ

               ก่อนอื่นก็คือการทำความสะอาดเองเบื้องต้นก่อน ด้วยการถอดแผ่นกรองอากาศ (Filter) มาล้างทำความสะอาดขจัดคราบฝุ่นที่เกาะอยู่ด้วยน้ำเปล่า แล้วนำไปตากให้แห้งก่อนที่จะนำมาใส่กลับคืน ในขั้นตอนนี้อาจจะกำหนดระยะเวลาในการทำความสะอาดอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง หรือถ้าไม่ค่อยมีเวลา ก็ควรที่จะทำเดือนละ 2 ครั้ง แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับสภาพการใช้งานและความสกปรกของฟิลเตอร์ด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าบ้านมีการเลี้ยงสัตว์ อย่างสุนัข แมว ก็ควรที่จะต้องหมั่นทำความสะอาดให้ถี่ขึ้น เพราะมีความเป็นไปได้ที่ว่าฝุ่นขนของสัตว์เลี้ยงจะเข้าไปอุดตันที่บริเวณฟิลเตอร์

               การรักษาแผ่นกรองให้สะอาดอยู่เสมอก็เป็นตัวช่วยที่ดีที่จะช่วยระบายลมให้สามารถพัดกระจายออกมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งนอกจากจะเป็นการช่วยยืดอายุการใช้งานของตัวเครื่องแล้ว ยังช่วยในเรื่องประหยัดพลังงานทำให้คุณสามารถประหยัดเงินได้อีกหลายตังค์เลยทีเดียว

               บางส่วนของเครื่องปรับอากาศเราอาจจะไม่สามารถทำเองได้ทั้งหมด คงต้องมีการจ้างช่างผู้เชี่ยวชาญให้มาดำเนินการแทน ส่วนระยะเวลาก็อยู่ที่ความเหมาะสมอาจจะเป็น 3-6 เดือนต่อครั้ง ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม และการใช้งาน การล้างภายในเครื่อง เนื่องจากจะต้องเป็นการถอดชิ้นส่วนออกมาทีละชิ้น เช่นการถอดถาดน้ำทิ้งออกมาล้างเพื่อให้น้ำมีการไหลออกมาได้สะดวกไม่มีเศษอุดตัน และการใช้ปั้มนำแรงสูงฉีดทำความสะอาดเข้าไปที่แผงคอยล์ การตรวจเช็คสภาพความพร้อมของเครื่อง การตรวจเช็คระบบทั่วไป ล้วนแล้วแต่ต้องอาศัยมืออาชีพทั้งนั้น
               โดยปกติช่างจะเข้ามาดำเนินการบำรุงรักษาแอร์ของเราคือ

1.วัดความดันของน้ำยาว่าในระบบมีเพียงพอหรือไม่
2.ตรวจเช็คระบบไฟฟ้า เช่น สภาพของสายไฟว่ามีความพร้อมการใช้งาน ไม่ได้มีสายตรงส่วนไหนชำรุด
3.หยอดน้ำมันมอเตอร์พัดลมทั้งที่คอยล์ร้อน และคอยล์เย็น
4.ตรวจสอบซ่อมแซมฉนวนหุ้มท่อน้ำยาที่เชื่อมต่อระหว่างคอนเดนซิ่งยูนิต และแฟนคอยล์ยูนิต

การที่คุณหมั่นดูแลรักษาเครื่องปรับอากาศอยู่อย่างสม่ำเสมอ ก็จะส่งผลให้เครื่องปรับอากาศของคุณมีอายุการใช้งานที่ยืนยาวขึ้น ไม่จำเป็นต้องเสียเงินไปซื้อเครื่องเปลี่ยนบ่อยๆคะ


ที่มา: https://www.electronic-school.com/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b8%b7%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%83/

ออฟไลน์ MasterTopic starter

  • "อาจจะเหนื่อยล้าและมีผิดหวัง แต่ยังมีพรุ่งนี้ให้เราได้เริ่มกันใหม่ ทุกชีวิตที่อยู่ในเมืองนี้ สักวันก็คงได้สมดังใจ ... "
  • Global Moderator
  • Sr. Member
  • *****
  • กระทู้: 481
  • คะแนน: 0
    • ดูรายละเอียด
  • คอมเมนต์สินค้า: (0)
การบำรุงรักษาตามระยะเวลาการใช้งาน
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: 24 พฤศจิกายน 2017, 14:14:59 »
วางแผนบำรุงรักษาและซ่อมบำรุงการบำรุงรักษาประจำวัน

    ระดับน้ำมันหล่อลื่นของคอมเพรสเซอร์
    ความดันน้ำมันหล่อลื่นของคอมเพรสเซอร์
    ความดันด้านทางดูดและทางส่งของคอมเพรสเซอร์
    อุณหภูมิแก๊สทางดูดและทางส่ง (SUCTIONAND DISCHARGE GAS TEMP.)


การบำรุงรักษาตามระยะเวลาใช้งาน

    น้ำมันหล่อลื่น : เปลี่ยนทุกปี หรือเมื่อน้ำมันเปลี่ยนสี
    STRAINER FILTER : ทำความสะอาดทุกครั้งที่อุดตัน
    FILTER DRYER : เปลี่ยนทุกครั้งที่ระบบชื้นและสกปรก
    สารทำความเย็น : เติมเพิ่มเมื่อจำเป็น
    หารอยรั่วในระบบ : ตรวจหารอยรั่วตามข้อต่อหน้าแปลนต่างๆ ระหว่างการใช้งานและหยุดใช้งาน
    อุปกรณ์ความปลอดภัยในระบบ :ตรวจสอบค่าที่ตั้งไว้และการทำงานของอุปกรณ์ว่าถูกต้องหรือไม่
    SUCTION AND DISCHARGE VALVE :เปลี่ยนทุกการทำงาน 10,000 ชั่วโมง
    OIL PUMP : ตรวจสภาพ BEARING OILPUMP ทุก 10,000 ชั่วโมง
    มอเตอร์ : ทำความสะอาดและอัดจารบีตามที่คู่มือกำหนด
    COUPLING ALIGNMENT : ตรวจสอบศูนย์เครื่อง และความตึงสายพาน
    คอนเดนเซอร์ : ทำความสะอาด
    สภาพผุกร่อน : ตรวจทุก 3 เดือน
    EVAPORATOR : ต้องปราศจากน้ำแข็งอุดตัน และต้องสะอาด

ในทางปฏิบัติจริง การบำรุงรักษาระบบจะต้องทำการศึกษารายละเอียดจากคู่มือการออกแบบและการติดตั้งของผู้ผลิต


การรับรู้สารทำความเย็นรั่ว… ทำอย่างไรจึงจะรู้ว่าสารทำความเย็นรั่ว (น้ำยาแอร์)

    การทดสอบรอยรั่วของระบบทำความเย็นซึ่งจะต้องใช้แก๊สไนโตรเจนเท่านั้น
    ด้าน LOW-PRESSURE ทดสอบหารอยรั่วที่ความดันไม่เกิน 15 บาร์ (200 PSIG)
    ด้าน HI-PRESURE ทดสอบหารอยรั่วที่ความดันไม่เกิน 20 บาร์ (300 PSIG)
    ใช้น้ำสบู่หรือน้ำแชมพูหารอยรั่ว
    อัดความดันค้างไว้ประมาณ 48 ชั่วโมง


สังเกตอาการรั่วในระบบทำความเย็น

    สังเกตคราบน้ำมันบริเวณข้อต่อและหน้าแปลนต่างๆ
    สังเกต SUCTION PRESSURE / DISCHARGEPRESSUE ลดต่ำลง
    สังเกตจากอุณหภูมิห้องไม่เย็นตามที่เคยใช้งานปกติ
    สังเกตจากเสียงแก๊สวิ่งผ่าน EXPANSIONVALVE ถ้าเป็นของเหลวจะไม่ได้ยินเสียงแก๊สวิ่ง
    สังเกตอุณหภูมิท่อ LIQUID ทางเข้าและออกของ EXPANSION VALVE ถ้าอุณหภูมิท่อทางออกใกล้เคียงกับท่อทางเข้า แสดงว่าน้ำยาน้อยถ้าปกติ อุณหภูมิท่อทางออกต้องเย็นกว่าท่อทางเข้า
    สังเกต SUCTION PRESSURE สูง แต่DISCHARGE PRESSURE ต่ำ


ที่มา: http://www.thaiaircare.com/article/349/

แท็ก:
 
แชร์บทความ...
โค้ดแบบ forum
(BBCode)
โค้ดแบบ site/blog
(HTML)


anything